Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4471/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระหว่างศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวทนายจำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่โดยยื่นต่อพนักงานรับฟ้อง กรณีจึงเป็นการขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสอง การที่พนักงานรับฟ้องไม่ได้นำคำร้องเสนอต่อศาล ก่อนที่ศาลจะชี้ขาดตัดสินคดี จะถือว่าทนายจำเลยไม่มาศาลหาได้ไม่ คำร้องของจำเลยดังกล่าวมิใช่เป็นการขอพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 อันจะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยขาดนัด และต้องแสดงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 208 วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นไม่พิจารณาคำร้องของจำเลยแล้วพิพากษาคดีไป จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่นาโฉนดเลขที่ ๑๕๕๑๖ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จำเลยได้บุกรุกเข้าไปลักเกี่ยวข้าวในนาของโจทก์จนหมดทั้งแปลง ขอให้ศาลพิพากษาว่าข้าวในนาเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยยุ่งเกี่ยวและเคลื่อนย้ายข้าวออกจากนาของโจทก์

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิเช่านาพิพาทตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้าวในนาพิพาทเป็นของจำเลย วันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกจำเลยไม่มาศาล

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา พิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาว่า ข้าวเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างเหตุว่า ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ตอนเช้าเวลา ๘.๓๐ นาฬิกา ทนายจำเลยมาศาล ครั้นเวลา ๑๒ นาฬิกา ทนายจำเลยไปกิจธุระ ระหว่างเดินทางกลับ รถยนต์ของทนายจำเลย เครื่องเสีย จึงมาศาลไม่ทันเวลา ทนายจำเลยมิได้จงใจขาดนัดศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันให้รับคำร้องและนัดไต่สวน ต่อมาวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๕

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของศาลลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ เสีย แล้วมีคำสั่งใหม่ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง ให้ยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ ของจำเลยเสียโดยไม่ว่าต้องไต่สวน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ และให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ แล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา ถึงวันนัดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่าออกนั่งพิจารณา เวลา ๑๔.๒๐ นาฬิกา เนื่องจากเลื่อนมาจากตอนเช้าซึ่งติดพิจารณาคดีอื่น จำเลยไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง จึงมีคำสั่งให้จำเลยขาดนัดพิจารณา สืบพยานโจทก์รวม ๓ ปาก และได้อ่านคำพิพากษาวันเดียวกันเวลา ๑๖ นาฬิกา ปรากฏว่าทนายจำเลยได้มาศาลในวันเดียวกัน เวลา ๑๕ นาฬิกายื่นคำร้องต่อพนักงานรับฟ้องว่ามิได้จงใจขาดนัด ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งพิจารณาคดีใหม่ แล้ววินิจฉัยว่าก่อนที่ศาลชั้นต้นจะชี้ขาดตัดสินคดี ย่อมต้องถือว่าคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาและในการยื่นคำคู่ความหรือเอกสารต่อศาลนั้นนอกจากจะยื่นต่อศาลในระหว่างพิจารณาแล้ว

คู่ความยังอาจยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้อีก เมื่อทนายจำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ก่อนเวลาที่ศาลชั้นต้นจะชี้ขาดตัดสินคดีโดยคำพิพากษา ย่อมต้องถือว่าคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณา เป็นการขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ วรรคสอง การที่พนักงานรับฟ้องไม่ได้นำคำร้องเสนอต่อศาลก่อนที่ศาลจะชี้ขาดตัดสินคดี จะถือว่าทนายจำเลยไม่มาศาลหาได้ไม่ คำร้องของจำเลยดังกล่าวมิใช่เป็นการขอพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา ๒๐๗ อันจะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยขาดนัด และต้องแสดงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๘ วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นไม่พิจารณาคำร้องของจำเลยแล้วพิพากษาคดีไปจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามมาตรา ๒๐๕ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้องของศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ โดยมิได้พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นไม่ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสียด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายศักดิ์สุบรรณ ลังกาพินธุ์
ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้