Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4468/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยก่อสร้างอาคารในที่ดินของตนทางด้านทิศใต้ มิได้รุกล้ำหรือปิดบังแสงสว่าง ก่อให้เกิดเสียงดังหรือมีฝุ่นละอองมายังบ้านโจทก์หรือเหตุอื่นหากมีเกินกว่าปกติ และโจทก์ยังสามารถเดินผ่านที่ดินของจำเลยออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยเดินผ่านประตูเหล็กที่จำเลยทำไว้ให้เจ้าของที่ดินเดิมใช้เป็นทางเข้าออก แม้โจทก์จะไม่ได้รับความสะดวกเพราะต้องขออนุญาตจากเจ้าของที่ดินเดิมก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนเกินที่ควรคาดหมายเป็นพิเศษ จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนอาคารตามฟ้องได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 18407 โจทก์และบริวารสามารถออกไปสู่ทางสาธารณะเพียงเส้นทางเดียวโดยผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 3643 ของจำเลยซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์และได้ใช้มาเป็นระยะเวลาประมาณ 37 ปี เมื่อเดือนสิงหาคม 2538 จำเลยก่อสร้างอาคารคอนกรีต 3 ชั้นบนที่ดินโฉนดเลขที่ 3643 ของจำเลยชิดที่ดินด้านทิศใต้ของโจทก์ บังหน้าที่ดินของโจทก์เป็นแนวยาวประมาณ 30 เมตรเป็นเหตุให้ปิดกั้นเส้นทางซึ่งโจทก์และบริวารเคยใช้เป็นทางออกไปสู่ทางสาธารณะเป็นการใช้สิทธิซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนเกินควรอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์และบริวาร ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารคอนกรีต 3 ชั้น ซึ่งปิดบังหน้าที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศใต้ยาว 30 เมตร

ออกทั้งหมด โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและปรับปรุงที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิมจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่า โจทก์ปลูกบ้านในที่ดินของโจทก์ โจทก์และบริวารใช้ทางเดินผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 3643 แขวงสวนหลวงเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ทางด้านทิศใต้สู่ทางสาธารณะมาประมาณ30 ปี ส่วนทางด้านทิศตะวันออก ทิศตะวันตกและทางด้านทิศเหนือติดกับที่ดินของผู้อื่น ไม่สามารถออกสู่ทางสาธารณะได้ ต่อมาจำเลยได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3643 ดังกล่าวแล้วได้ก่อสร้างอาคาร 3 ชั้น ทางด้านทิศใต้ปิดบังหน้าที่ดินของโจทก์ตลอดแนวยาวประมาณ 30 เมตร

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ปลูกในที่ดินของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยก่อสร้างอาคารในที่ดินของตน ธรรมดาแล้วย่อมไม่เป็นการละเมิด การกระทำที่เป็นละเมิดจะต้องดูผลของการกระทำนั้นว่าก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือไม่ กรณีนี้จำเลยก่อสร้างอาคารในที่ดินของตนทางด้านทิศใต้ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใดแก่โจทก์ จึงไม่เป็นการละเมิด ทั้งอาคารที่ก่อสร้างก็มิได้รุกล้ำหรือปิดบังแสงสว่าง ก่อให้เกิดเสียงดังหรือมีฝุ่นละอองมายังบ้านโจทก์หรือเหตุอื่นหากมี เกินกว่าปกติ แต่จำเลยใช้สิทธิของตนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์แม้จะมีผลทำให้โจทก์และบริวารไม่สามารถใช้ทางเดิมที่เคยเดินผ่านที่ดินของจำเลยสู่ทางสาธารณะได้ แต่ก็ได้ความว่าโจทก์ยังสามารถเดินผ่านที่ดินของจำเลยออกสู่ทางสาธารณะได้โดยเดินผ่านประตูเหล็กที่จำเลยทำไว้ให้เจ้าของที่ดินเดิมใช้เป็นทางเข้าออก

แม้โจทก์จะไม่ได้รับความสะดวกเพราะต้องขออนุญาตจากเจ้าของที่ดินเดิมก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนเกินที่ควรคาดหมายเป็นพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 นอกจากนี้การที่ที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบอยู่จนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ก็ดีหรือโจทก์ใช้ทางเดินผ่านที่ดินของบุคคลอื่นเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีก็ดี หากโจทก์มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างใดโจทก์ชอบที่จะไปว่ากล่าวกันเป็นกรณีไป เมื่อฟังได้ว่าจำเลยมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนอาคารตามฟ้องได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้