Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4463/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ฟ้องโจทก์ตอนต้นจะบรรยายว่าโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์ในฐานะตัวแทนของบริษัท เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องต่อไปว่า โจทก์มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,126,760 บาท จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 33,802.80 บาท เท่านั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินสั่งให้โจทก์ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นเงิน 121,772 บาท นั้น โจทก์ไม่เห็นด้วยเพราะโจทก์ไม่จำเป็นต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวน 87,971.49 บาท และโจทก์ได้บรรยายฟ้องตอนท้ายว่าโจทก์ยอมชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ 33,802.80 บาท โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เฉพาะส่วนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวน87,971.49 บาท แม้ศาลภาษีอากรกลางจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า การประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็หมายถึงการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เฉพาะเรื่องเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเท่านั้น หาได้มีความหมายถึงตัวค่าภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง โจทก์ซื้อที่ดิน รับโอนที่ดินและห้องชุดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่บริษัท ส. แล้วโจทก์ขายที่ดินและห้องชุดนั้นแก่ผู้ซื้อภายใน 5 ปี นับแต่วันได้มา อันเป็นการขายที่เป็นการค้าหรือหากำไรต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อโจทก์ไม่เสียภาษีภายในกำหนดจึงต้องรับผิดในเบี้ยปรับและเงินเพิ่มด้วย หลังจากเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1ตรวจพบว่าโจทก์ไม่ชำระภาษีให้ครบถ้วนจึงได้ออกหมายเรียกให้โจทก์ไปพบ โจทก์ให้การว่าโจทก์เป็นพนักงานขายของบริษัท ส. ได้ค่าตอบแทนการขายเพียงรายละ 5,000 บาทจึงเป็นการบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ต้องชำระภาษี มิใช่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน แต่ปรากฏว่าต่อมามีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 366)ฯ ให้ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะในเรื่องนี้ลงเหลือร้อยละ0.1 จึงเห็นสมควรลดเบี้ยปรับลงร้อยละ 50

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 5 เป็นเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ โจทก์ได้อุทธรณ์การประเมิน ต่อมาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยเนื่องจากโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์ไปในฐานะตัวแทนของบริษัทสินมั่นคงคอนโดเฮ้าส์ จำกัด โจทก์มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,126,760บาท จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 33,802.80 บาท เท่านั้น แต่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวม121,772 บาท จึงเป็นการเรียกให้ชำระเกินไป 87,971.49 บาท โจทก์ไม่จำต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

เพราะโจทก์ยังมิได้รับทราบหรือได้รับแจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ไปยื่นคำขอเพื่อชำระภาษีธุรกิจเฉพาะและโจทก์มิได้เจตนาไม่ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะในการขายแต่ละครั้งเจ้าพนักงานที่ดินได้หักภาษีรายได้ครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงเชื่อได้โดยสุจริตว่าได้ชำระภาษีครบถ้วน เมื่อโจทก์ทราบว่าโจทก์มีหน้าที่จะต้องชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ โจทก์ยอมชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ 33,802.80 บาท โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ แต่เจ้าพนักงานไม่ยอมรับโดยอ้างว่าต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และเพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ เฉพาะส่วนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวน 87,971.49 บาทจำเลยทั้งห้าให้การว่า

โจทก์ขายที่ดินจำนวน 3 แปลง รวมเป็นเงิน 1,126,760บาท ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตราร้อยละ 3 เป็นเงิน 33,802.80 บาท โจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนดเวลาจึงต้องเสียเบี้ยปรับจำนวน 2 เท่าของภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89, 91/21(6) เป็นเงิน 67,605.60 บาท โจทก์ไม่ชำระภาษีให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาจึงต้องเสียเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 89/1, 91/21(6) คำนวณถึงวันที่ 15 มกราคม 2543 เป็นเงิน 9,295.50 บาท และต้องเสียภาษีส่วนท้องถิ่นร้อยละ10 ของภาษีรวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเป็นเงิน 11,070.39 บาท รวมภาษี เบี้ยปรับเงินเพิ่ม และภาษีส่วนท้องถิ่นเป็นเงิน 121,774.29 บาท

โจทก์ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ย่อมต้องทราบว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ที่กระทำภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา จะเข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ 3 ของรายรับและเป็นหน้าที่ผู้ขายต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปไม่ต้องรอให้เจ้าพนักงานสรรพากรแจ้งเป็นหนังสือ โจทก์ไม่เคยนำเงิน 33,802.80 บาทไปชำระแต่อย่างใด โจทก์มีเจตนาหลีกเลี่ยงการชำระภาษี ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ข้อแรกว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทสินมั่นคงคอนโดเฮ้าส์ จำกัด บริษัทดังกล่าวโอนห้องชุดให้โจทก์ครั้งละ 10 ถึง 20 ห้อง เพื่อนำไปขายบุคคลภายนอกที่จะได้รับสินเชื่อจากธนาคาร เมื่อขายได้โจทก์จะได้ค่าตอบแทนห้องละ 3,000 ถึง 5,000 บาท เป็นการขายให้ฐานะตัวแทนบริษัท รายได้จากการขายเป็นของบริษัท โจทก์มิใช่ผู้มีรายได้จากการขายจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ การประเมินให้โจทก์เสียภาษีธุรกิจเฉพาะจึงไม่ชอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว แม้ฟ้องโจทก์ตอนต้นจะบรรยายว่าโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์ในฐานะตัวแทนของบริษัท เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องต่อไปว่า โจทก์มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,126,760บาท จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 33,802.80 บาท เท่านั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินสั่งให้โจทก์ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นเงิน 121,772 บาท นั้น โจทก์ไม่เห็นด้วยเพราะโจทก์ไม่จำเป็นต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวน 87,971.49 บาท และโจทก์ได้บรรยายฟ้องตอนท้ายว่า โจทก์ยอมชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ 33,802.80 บาท โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เฉพาะส่วนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวน 87,971.49 บาท

แม้ศาลภาษีอากรกลางจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า การประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็หมายถึงการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เฉพาะเรื่องเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเท่านั้น หาได้มีความหมายถึงตัวค่าภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลางต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยโจทก์อุทธรณ์ข้อหลังว่า โจทก์มิได้มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงไม่ชำระภาษีหรือไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน

ประกอบกับปัจจุบันกฎหมายได้ลดภาษีธุรกิจเฉพาะลงเหลือเพียงร้อยละ 0.11 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2543 จึงมีเหตุสมควรลดเบี้ยปรับแก่โจทก์ เห็นว่า ตามสำเนาโฉนดที่ดินและหนังสือสัญญาขายที่ดินแผ่นที่ 1ถึง 6 สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดและหนังสือสัญญาขายที่ดินที่ตั้งห้องชุดแผ่นที่ 3ถึง 7 ปรากฏว่าโจทก์ซื้อที่ดินรับโอนที่ดินและห้องชุดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่บริษัทสินมั่นคงคอนโดเฮ้าส์ จำกัด ดังที่โจทก์กล่าวอ้างและนำสืบ แล้วโจทก์ขายที่ดินและห้องชุดนั้นแก่ผู้ซื้อภายใน 5 ปี นับแต่วันได้มาอันเป็นการขายที่เป็นการค้าหรือหากำไรต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อโจทก์ไม่เสียภายในกำหนดจึงรับผิดในเบี้ยปรับและเงินเพิ่มด้วยหลังจากเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ตรวจพบว่าโจทก์ไม่ชำระภาษีให้ครบถ้วนจึงได้ออกหมายเรียกให้โจทก์ไปพบ

โจทก์ไปให้การว่า โจทก์เป็นพนักงานขายของบริษัทสินมั่นคงคอนโดเฮ้าส์ จำกัด ได้ค่าตอบแทนการขายเพียงรายละ 5,000 บาท เป็นการบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ต้องชำระภาษีมิใช่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน แต่ปรากฏว่าต่อมามีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร(ฉบับที่ 366) พ.ศ. 2543 ให้ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะในเรื่องนี้ลงเหลือร้อยละ 0.1จึงเห็นสมควรลดเบี้ยปรับลงร้อยละ 50 คงเหลือเบี้ยปรับเป็นเงิน 33,802.80 บาทอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะเลขที่ 05111040/6/100009 ถึง 100013 ลงวันที่ 10 มกราคม 2543 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สป.1/06/2543 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2543 โดยให้ลดเบี้ยปรับลงร้อยละ 50 คงเหลือเบี้ยปรับเป็นเงิน 33,802.80 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา ถนอมรอด · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ศุภชัย ภู่งาม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8795/2558

โจทก์บรรยายฟ้องในตอนต้นว่าการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร และได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ตามกฎหมายอื่นบรรดาที่เรียกเก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9488/2556

ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าโจทก์มีเงินได้จากการขายอาหารและมีเงินได้จากการรับเดินโพยพนันบอลในปีภาษีพิพาท แต่โจทก์อุทธรณ์การประเมินเฉพาะเงินได้จากการรับเดินโพยพนันบอลเท่านั้น การท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2554

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระบุปีภาษี รายละเอียดแสดงการคำนวณภาษี ภาษีที่ต้องชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งแสดงเหตุผลที่ประเมินไว้ท้ายหนังสือดังกล่าว สำหรับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13847/2553

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์กู้ยืมเงินจากนิติบุคคลซึ่งเป็นสถาบันการเงินซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยไม่ได้บรรยายฟ้องตั้งประเด็นพิพาทว่า ถิ่นอันเป็นที่ตั้งของสำนักสาขาธนาคารทั้งสองแห่งในสาธารณรัฐสิงค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3899/2552

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วนับเป็นหลักในการค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้