Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4451/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 6"ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ"หมายความว่า ที่ดินซึ่งปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆและบริเวณต่อเนื่องกันซึ่งตามปกติใช้ไปด้วยกันกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างนั้น ๆ ได้ความว่า คลังพัสดุของโจทก์มีพื้นที่ 3,360 ตารางเมตร ส่วนที่ดินอีก 98,944 ตารางเมตรนั้นเป็นพื้นที่ในส่วนที่โจทก์ไม่ได้ใช้ปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ทั้งเมื่อนำมาพิจารณาประกอบแผนผังแสดงที่ตั้งคลังน้ำมันของโจทก์และภาพถ่ายที่ตั้งคลังพัสดุแล้วเห็นได้ว่าพื้นที่ว่างที่มิได้ใช้ปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นอยู่กระจัดกระจายกันไป อีกทั้งบริเวณรอบอาคารคลังพัสดุก็มีรั้วล้อมรอบ พื้นที่ว่างนอกรั้วแยกอยู่ต่างหากจากคลังพัสดุโดยมีถนนกับทางรถไฟและคลองคั่นอยู่ ดังนั้น พื้นที่ว่างที่ ไม่ได้ปลูกโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่เหลือเนื้อที่ 98,944 ตารางเมตร จึงมิใช่พื้นที่บริเวณต่อเนื่องกับคลังพัสดุ การที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยนำเอาพื้นที่ดังกล่าวมารวมกัน พื้นที่คลังพัสดุ แล้วประเมินเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ จึงเป็น การประเมินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้คำวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวของผู้ว่าราชการของจำเลยย่อมเป็นการไม่ชอบไปด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า การประเมินภาษีของพนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยไม่ถูกต้อง ขอให้เพิกถอนใบแจ้งรายการประเมินของจำเลยและใบแจ้งคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการของจำเลยโดยเพิกถอนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับคลังพัสดุกับให้เพิกถอนจำนวนเงินค่าภาษีในปีภาษี 2538 เป็นเงิน 1,797,373.81 บาท และให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีจำนวน 1,797,373.81 บาท ดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระต้นเงินคืนให้แก่โจทก์ครบถ้วนจำเลยให้การว่า การประเมินค่ารายปี ค่าภาษี และคำวินิจฉัยชี้ขาดของจำเลยถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินตามใบแจ้งรายการประเมิน

เล่มที่ 34 เลขที่ 23 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2538 และคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 19 เลขที่ 19 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2540เฉพาะในส่วนโรงเรือนที่เป็นคลังพัสดุเนื้อที่ 2,535.48 ตารางเมตรให้คิดค่ารายปีเป็นเงิน 887,949.51 บาท และเป็นค่าภาษี110,993.69 บาท และให้จำเลยคืนเงินภาษีจำนวน 459,489.31 บาทให้แก่โจทก์ภายในกำหนดสามเดือน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดถ้าไม่คืนในกำหนดดังกล่าวให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากเงินต้นดังกล่าวที่ยังไม่คืนนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประจำปีภาษี 2538 สำหรับโรงเรือนและที่ดินของโจทก์รวม 223 รายการ ซึ่งปลูกกระจัดกระจายในพื้นที่ 90 ไร่1 งาน 54.625 ตารางวา หรือ 144,618 ตารางเมตร ตั้งอยู่เลขที่ 81 ถนนเชื้อเพลิง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานครปรากฏตามแผนผังแสดงที่ตั้งคลังน้ำมันของโจทก์เอกสารหมาย จ.1แผ่นที่ 55 พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้แจ้งประเมินภาษีตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 5 ถึง 32 โจทก์ ไม่เห็นด้วยกับการประเมินเฉพาะคลังพัสดุและที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องซึ่งกำหนดค่ารายปี15,266,940 บาท และค่าภาษี 1,908,367.50 บาท จึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 4 ผู้ว่าราชการของจำเลยพิจารณาคำร้องแล้วมีคำชี้ขาดให้โจทก์ชำระค่าภาษีตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามเอกสารหมาย

จ.1 แผ่นที่ 33 โจทก์นำเงินค่าภาษีตามที่ประเมินไปชำระแล้ว และฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลภาษีอากรกลางโดยที่ไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า ที่ดินส่วนที่เป็นที่ว่างที่จำเลยอ้างว่าเป็นที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นเนื้อที่ 98,944 ตารางเมตร จำเลยคิดค่ารายปี 10,703,076 บาท เป็นค่าภาษี 1,337,884.50 บาทคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า สำหรับที่ดินส่วนที่เป็นที่ว่างเนื้อที่ 98,944 ตารางเมตร ถือได้ว่าเป็นที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับสิ่งปลูกสร้างคือคลังพัสดุที่จะประเมินรวมกันดังการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินและคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการของจำเลยตามที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาหรือไม่

เห็นว่าตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 6บัญญัติว่า "เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ท่านให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็น 2 ประเภท คือ(1) โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ(2) ที่ดินซึ่งมิได้ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ"ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ" ตามความหมายแห่งมาตรานี้หมายความว่า ที่ดินซึ่งปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ และบริเวณต่อเนื่องกันซึ่งตามปกติใช้ไปด้วยกันกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างนั้น ๆ"กรณีคลังพัสดุตามฟ้อง ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า มีพื้นที่ 3,360 ตารางเมตร

ส่วนที่ดินอีก 98,944 ตารางเมตรนั้น เป็นพื้นที่ในส่วนที่โจทก์ไม่ได้ใช้ปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ทั้งเมื่อได้พิจารณาประกอบแผนผังแสดงที่ตั้งคลังน้ำมันของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 55 และภาพถ่ายที่ตั้งคลังพัสดุตามภาพถ่ายในเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 39 แล้ว จะเห็นได้ว่าพื้นที่ว่างที่มิได้ใช้ปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นอยู่กระจัดกระจายกันไป อีกทั้งบริเวณรอบอาคารคลังพัสดุก็มีรั้วล้อมรอบพื้นที่ว่างนอกรั้วแยกอยู่ต่างหากจากคลังพัสดุโดยมีถนนกับทางรถไฟและคลองคั่นอยู่ตามภาพถ่ายในเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 35 ถึง 38 ดังนั้น พื้นที่ว่างที่ไม่ได้ปลูกโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่เหลือเนื้อที่ 98,944 ตารางเมตร จึงมิใช่พื้นที่บริเวณต่อเนื่องกับคลังพัสดุซึ่งตามปกติใช้ไปด้วยกันกับคลังพัสดุที่ศาลภาษีอากรกลางฟังว่าที่ดินส่วนที่เป็นที่ว่างมีสภาพเป็นที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ทั้งหมดจึงนำมาประเมินรวมกับพื้นที่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอาคารใดอาคารหนึ่งได้

ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และคดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของจำเลยว่า ที่ดินที่เป็นปัญหานี้เป็นที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นหรือไม่กรณีต้องใช้วิธีประเมินอย่างไรแต่อย่างใด เมื่อที่ดินส่วนที่เป็นที่ว่างเนื้อที่ 98,944 ตารางเมตร มิใช่เป็นที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับคลังพัสดุดังได้วินิจฉัยมาแล้ว การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยนำเอาพื้นที่ดังกล่าวมารวมกับพื้นที่คลังพัสดุแล้วประเมินเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ จึงเป็นการประเมินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายคำวินิจฉัยชี้ขาดของผู้ว่าราชการของจำเลยย่อมเป็นการไม่ชอบไปด้วย ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาเฉพาะส่วนดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินตลอดจนคำชี้ขาดของผู้ว่าราชการของจำเลยในส่วนที่เป็นที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับคลังพัสดุเนื้อที่ 98,944 ตารางเมตร สำหรับปีภาษี 2538 ให้จำเลยคืนเงินภาษีจำนวน 1,337,884.50 บาท อีกจำนวนหนึ่งให้แก่โจทก์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษานี้มิฉะนั้นให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาดังที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาไว้ในคดีนี้ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ยงยุทธ ธารีสาร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14978/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 13 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14977/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 5 บัญญัตินิยามของคำว่า "โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ" ให้กินความถึงแพด้วยเท่านั้น มิได้กำหนดความหมายไว้โดยเฉพาะ หม้อแปลงไฟฟ้าพิพาทติดตั้งยึดติดอยู่บน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3899/2552

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วนับเป็นหลักในการค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2286/2551

มติคณะรัฐมนตรีในเรื่องการยุติการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2540 และวันที่ 4 พฤศจิกายน 2540 ไม่ใช่กฎหมายที่จะตัดอำนาจฟ้องของผู้ถูกโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ตามก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2544

ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆตามมาตรา 6 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ หมายความว่าที่ดินซึ่งปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ และบริเวณต่อเนื่องกันซึ่งตามปก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้