Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 445/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการบังคับคดีได้ต่อเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่จำเลยทั้งสองมอบให้ผู้อื่นนำสมุดเงินฝากของบุคคลอื่นมาวางเพื่อประกันการชำระหนี้ พร้อมคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้งดการขายทอดตลาดไปยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี กรณีจึงมิใช่เป็นการวางเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่เข้าหลักเกณฑ์ของบทกฎหมายดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อาจงดการขายทอดตลาดได้ แม้ที่ดินของจำเลยที่ 1 จะอยู่ในย่านธุรกิจติดทางด่วนก็ตาม แต่เนื้อที่ดินมีจำนวนเพียง 72 ตารางวา ไม่น่าจะนำไปดำเนินการเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากมายอันจะทำให้ที่ดินมีราคาสูงมากได้ ราคาที่ดินดังกล่าวจึงไม่น่าจะสูงกว่าราคาประเมินมากนัก การซื้อขายที่ดินของการเคหะแห่งชาติก็มิได้กระทำในช่วงเดียวกันกับการขายทอดตลาดครั้งนี้ ทั้งมีเงื่อนไขในการชำระเงินไม่เหมือนกัน ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้ เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการสมรู้ร่วมกันให้ราคาต่ำหรือไม่สุจริตแต่อย่างใด การขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 จึงชอบด้วยกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน938,219.18 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23พฤศจิกายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 17288 แขวงทุ่งมหาเมฆ (สาธร) เขตยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 100 ของจำเลยที่ 1 ขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปในราคา 8,500,000 บาทจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 นำบัญชีเงินฝากประเภทฝากประจำที่ธนาคารมหานคร จำกัด

สาขาศรีราชา ของนางชวรา จิตต์รัตนธรรม ไปแจ้งแก่โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า จำเลยที่ 1 นำบัญชีเงินฝากดังกล่าวมาวางเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโดยไม่จำเป็นต้องขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 พร้อมกับแจ้งแก่โจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ซื้อทรัพย์ว่า ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 24 กันยายน2536 หลังวันขายทอดตลาดเพียง 3 วัน แต่เจ้าพนักงานบังคับคดียังคงดำเนินการขายทอดตลาดต่อไป โดยนายมงคล เปาอินทร์ เป็นผู้ประมูลซื้อได้ในราคา 8,500,000 บาท ต่ำกว่าราคาที่แท้จริง 8,500,000 บาท ถือว่าโจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ประมูลซื้อทรัพย์ กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้สั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า

จำเลยไม่เคยนำเงินฝากของนางชวรา จิตต์รัตนธรรมไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีและโจทก์ เพื่อวางเป็นการชำระหนี้ ทั้งยอดเงินตามหลักประกันที่จำเลยอ้างไม่เพียงพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมจึงไม่มีเหตุที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะงดการขายทอดตลาด และจำเลยไม่นำหลักประกันมาวางศาลตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ศาลจึงสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2535 ขอให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ได้เข้าประมูลซื้อทรัพย์ด้วยความสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย ราคาทรัพย์ที่ประมูลสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดิน ขอให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยนำสมุดเงินฝากธนาคารมหานคร จำกัด สาขาศรีราชา ของนางชวราจิตต์รัตนธรรมตามสำเนาสมุดคู่ฝากเอกสารหมาย ร.3 มาวางต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปัญหาประการแรกว่า เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีจักต้องงดการขายทอดตลาดหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 295 กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี หรือหาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจศาล สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านี้ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่ากรณีต้องเป็นการวางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้พอชำระหนี้ แล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงต้องถอนการบังคับคดี แต่จำเลยทั้งสองมอบให้ผู้อื่นนำสมุดเงินฝากดังกล่าวของบุคคลอื่นมาวางเพื่อประกันการชำระหนี้พร้อมคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้งดการขายทอดตลาดไปยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี กรณีจึงมิใช่เป็นการวางเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่เข้าหลักเกณฑ์ของบทกฎหมายดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่งดการขายทอดตลาดนั้นชอบแล้ว

ปัญหาต่อไปว่า ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ที่ขายไปในราคา 8,500,000 บาท นั้นต่ำไปหรือไม่ เห็นว่า กรณีนี้ได้ความว่ามีการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวมา 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2535 ผู้แทนโจทก์ขอให้งดการขาย ครั้งที่ 2 มีผู้สู้ราคาสูงสุด 4,450,000 บาท แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีให้งดการขายเนื่องจากราคาต่ำ และครั้งนี้เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2536 เจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้ขายให้ในราคา 8,500,000 บาท นั้น กรณีมิใช่เป็นการขายครั้งแรก ทั้งครั้งที่ 2 เจ้าพนักงานบังคับคดีก็งดขายโดยอ้างว่าราคาต่ำ อันเป็นการแสดงว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ใช้ความระมัดระวังดูแลการประมูลขายทอดตลาดทรัพย์ด้วยแล้ว และราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายก็สูงกว่าราคาประเมิน ที่จำเลยทั้งสองนำสืบอ้างว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวมีราคาตามท้องตลาดประมาณ 30,000,000 บาท

เนื่องจากอยู่ในทำเลธุรกิจติดทางด่วน และที่ดินของการเคหะแห่งชาติซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่ดินของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวขายให้บุคคลภายนอกในราคาตารางวาละ 272,000 บาท นั้น เห็นว่า แม้ที่ดินของจำเลยที่ 1 จะอยู่ในย่านธุรกิจติดทางด่วนก็ตาม แต่เนื้อที่ดินมีจำนวนไม่มากมีเพียง 72 ตารางวา จึงไม่น่าจะนำไปดำเนินการเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากมายอันจะทำให้ที่ดินมีราคาสูงมากได้ กรณีจึงไม่น่าที่ที่ดินจะมีราคาสูงกว่าราคาประเมินมากนัก การซื้อขายที่ดินของการเคหะแห่งชาติก็มิได้กระทำในช่วงเดียวกันกับการขายทอดตลาดครั้งนี้ อีกทั้งมีเงื่อนไขในการชำระเงินไม่เหมือนกัน จึงไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้ ทั้งตามพฤติการณ์ก็ไม่ปรากฏว่ามีการสมรู้ร่วมกันให้ราคาต่ำหรือไม่สุจริตแต่อย่างใด การขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ในราคาดังกล่าวไม่ต่ำไป ทั้งเป็นการขายโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เทวรักษ์กุล · ผล อนุวัตรนิติการ · พิชิต คำแฝง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้