Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2499 (เลขอ้างอิง 44333)

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยโดยให้วางโทษทั้งจำคุกและปรับ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเพียงเล็กน้อยในข้อให้ลดโทษฐานปราณีตาม กฎหมายอาญา มาตรา 59 และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 คำขอให้ลงโทษของโจทก์ โจทก์มิได้อ้าง พระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69,73 คงอ้างมาแต่ พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2494 มาตรา16,17 เช่นนี้ถือได้แล้วว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ.2484 มาตรา 69,73 ได้ถูกยกเลิกตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 16,17 แล้ว เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสมศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้แม้ศาลจะอ้าง มาตรา 69 และ 73 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่จึงถือว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) และการที่ศาลลงโทษจำเลยก็ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาแล้ว ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เพราะไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แต่จำเลยย่อมหยิบยกขึ้นโต้เถียงในชั้นศาลฎีกาได้เสมอ ปรากฏว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงจริงจึงถือว่าไม่เป็นฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(7) ศาลต้องยกฟ้องเสียโดยไม่จำต้องพิจารณาถึงปัญหาอื่นอีก จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้แล้วแต่จำเลยต้องถูกขังเกินกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกและปรับมา ศาลควรต้องหักเวลาที่ต้องขังเกินกำหนดโดยคิดเป็นเงินวันละ1 บาท คืนให้จำเลยนั้นกรณีเป็นเรื่องบังคับตามคำพิพากษาเมื่อยังไม่ปรากฏว่าศาลล่างได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไรย่อมถือว่ายังไม่มีปัญหามาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้สักหวงห้ามไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 73 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2494 (ฉบับที่ 3) มาตรา 16, 17 ให้จำคุก 1 เดือนปรับ 500 บาท กับฐานปลอมดวงตราในราชการตามกฎหมายอาญา มาตรา 211, 213 ให้จำคุก1 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 1 ปี 1 เดือน ปรับ 500 บาทเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบอีก 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลย 1 ปี 5 เดือน 10 วันและปรับ 666.66 บาท ไม้กับดวงตราของกลางริบ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในคดีสำนวนแรกว่าจำเลยผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 73 และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 16, 17 ให้จำคุก 1 เดือนปรับ 500 บาท เพิ่มโทษ 1 ใน 3 และให้ลดโทษ 1 ใน 3 หักกลบลบกันไปไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลดส่วน สำนวนหลังให้ยกฟ้องโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีแล้วจะได้วินิจฉัยฎีกาโจทก์และจำเลยรวมกันไปเห็นว่าคดีสำนวนแรกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลจังหวัดลำพูนเพียงเล็กน้อยในข้อให้ลดโทษฐานปรานีตามกฎหมายอาญา มาตรา 59 และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฉะนั้นข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติ ฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามข้อกล่าวหาของโจทก์ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยคัดค้านอันควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยคงมี1. เรื่องโจทก์ไม่ได้อ้างพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 73 มาในฟ้องในคดีสำนวนแรกเลขแดงที่ 484/2497 ของศาลจังหวัดลำพูน อ้างมาแต่พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 16, 17 ที่แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 73 เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) และที่ศาลลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 73 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3)

พ.ศ. 2494 มาตรา 16, 17 ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา2. เรื่องฟ้องของโจทก์ในสำนวนคดีหลังเลขแดงที่ 485/2497 ของศาลจังหวัดลำพูนไม่เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงเกี่ยวกับปัญหาข้อ 1 นั้น จำเลยได้โต้แย้งคัดค้านมาตั้งแต่ศาลอุทธรณ์แล้ว ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 73 ได้ถูกยกเลิกตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 16, 17 ที่โจทก์อ้างขอให้ลงโทษจำเลย เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสมศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ แม้ศาลจะอ้างมาตรา 69, 73 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้

พ.ศ. 2484 เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) และการที่ศาลลงโทษจำเลยก็ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาสำหรับปัญหาข้อ 2 จำเลยเพี่งยกขึ้นโต้เถียงในชั้นฎีกา แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาได้ตรวจฟ้องของโจทก์ในคดีสำนวนหลังเลขแดงที่ 485/2497 ของศาลจังหวัดลำพูนก็ปรากฏว่าไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงจริง ฟ้องของโจทก์ในคดีสำนวนหลังดังกล่าวแล้วจึงไม่เป็นฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(7) ศาลต้องยกฟ้องเสียไม่จำต้องพิจารณาถึงปัญหาอื่นอีกส่วนข้อที่จำเลยยกขึ้นคัดค้านในชั้นฎีกาว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลจังหวัดลำพูนไว้แล้ว แต่ต้องถูกขังเกินกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกและปรับมา

ศาลควรหักเวลาที่ต้องขังเกินกำหนดเป็นเงินวันละ 1 บาทคืนเงินให้จำเลยนั้นศาลฎีกาใคร่จะชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นเรื่องบังคับตามคำพิพากษายังไม่ปรากฏว่าศาลล่างได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร จึงไม่มีปัญหาจะวินิจฉัยให้ด้วยเหตุดังกล่าวมาแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้