Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4431/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 จะเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้อง จำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้รับโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของเครื่องหมายการค้า เมื่อจำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้องไปแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าในสินค้าที่ได้จำหน่ายไปได้รับประโยชน์จากการใช้เครื่องหมายการค้านั้นจากราคาสินค้าที่จำหน่ายไปเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่มีสิทธิหวงกันไม่ให้จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อสินค้าซึ่งประกอบการค้าปกตินำสินค้านั้นออกจำหน่ายอีกต่อไปเท่านั้น การซื้อสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้องไปดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดสิทธิแต่เพียงผู้เดียวแก่จำเลยที่ 1 ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้อง การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าฟ้องจำเลยทั้งสามให้ระงับหรือเลิกใช้เครื่องหมายการค้าที่เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหาย จึงไม่ใช่การก่อการรบกวนสิทธิของจำเลยทั้งสามผู้ซื้อในอันจะครอบครองทรัพย์สินโดยปกติสุขเพราะโจทก์มีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายอันผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 475 ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ขายสามารถสอดเข้ามาในคดีเพื่อปฏิเสธการเรียกร้องของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 478 ได้ คดีก่อนผู้ร้องได้ฟ้องโจทก์โดยอ้างว่ามีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าโจทก์ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหาย คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิพากษายืนให้ยกฟ้องของผู้ร้องโดยวินิจฉัยในประเด็นเรื่องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ว่าคดีของผู้ร้องขาดอายุความ ผู้ร้องซึ่งเป็นคู่ความเดียวกับโจทก์จะรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันไม่ได้ ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 148 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปเพชรเม็ดเดียว มีห้าเหลี่ยมและมีรัศมีเก้าแฉก ใช้กับสินค้าจำพวกท่อยาง สายยาง เครื่องสูบน้ำ เครื่องสูบฉีดน้ำ และเครื่องฉีดยาฆ่าแมลง ต่อมาโจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปเพชรเม็ดเดียวในกรอบสี่เหลี่ยมเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2524 และต่ออายุจดทะเบียนสืบเนื่องกันมา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2546 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการมีอำนาจจัดการแทนได้ร่วมกันนำเข้าและจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสาม การกระทำของจำเลยทั้งสามทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 25,000,000 บาท พร้อมค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,000,000 บาท จนกว่าจำเลยทั้งสามจะระงับหรือเลิกใช้เครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่จำหน่ายทั่วราชอาณาจักรไม่น้อยกว่า 3 ฉบับ ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน

จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปเพชร บริษัทต้านอง พรีซิชั่น เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอยู่ในดินแดนไต้หวันเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปเพชร มีอักษรจีนอ่านว่า "จิ้งเจียะไป๊" และอักษรโรมันคำว่า DIAMOND อ่านว่า "ไดมอนด์" ซึ่งแปลว่า เพชร อยู่ด้านล่าง และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนไว้เมื่อปี 2520 เดิมโจทก์เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าซึ่งมีเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า เพชรของบริษัทดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หลังจากโจทก์ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าของบริษัทดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าของบริษัทดังกล่าวมาขายในประเทศไทยตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบัน จำเลยที่ 1 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปเครื่องหมายการค้ารูปและคำในเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตและของโจทก์แตกต่างกันลูกค้าไม่สับสนหลงผิดในแหล่งกำเนิดและความเป็นเจ้าของของสินค้า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต เจตนากลั่นแกล้งจำเลยทั้งสามให้ถูกดำเนินคดีอาญา ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาบริษัทต้านอง พรีซิชั่น เทคโนโลยี จำกัด ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนตามกฎหมายของดินแดนไต้หวัน ผู้ร้องเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปเพชรใช้กับสินค้าจำพวกเครื่องจักรและเครื่องมือทางการเกษตร โดยใช้ประกอบอักษรจีนสำหรับสินค้าที่จำหน่ายในประเทศ และประกอบอักษรคำว่า DIAMOND สำหรับสินค้าที่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ผู้ร้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในหลายประเทศรวมทั้งในประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนไว้เมื่อ ปี 2520 เดิมผู้ร้องแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย ต่อมาผู้ร้องแต่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแทน โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปเพชรในกรอบสี่เหลี่ยมเมื่อปี 2524 โดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เพราะเป็นเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของผู้ร้องซึ่งจดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว โจทก์เคยฟ้องแย้งต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เรียกค่าเสียหายจากผู้ร้อง คดีถึงที่สุดโดยศาลเห็นว่า คดีฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ และการใช้สิทธิของผู้ร้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปเพชรในกรอบสี่เหลี่ยมโดยไม่สุจริต ผู้ร้องมีอำนาจร้องสอดได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 478 จึงฟ้องแย้งให้ห้ามโจทก์ใช้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรในกรอบสี่เหลี่ยมกับสินค้าท้ายคำร้อง สินค้าประเภทเครื่องปั๊มน้ำ เครื่องสูบฉีดน้ำ และเครื่องฉีดพ่นยาฆ่าแมลง และโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน 3 ฉบับ

คือ ไทยรัฐ เดลินิวส์ และมติชนเป็นเวลา 15 วัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาคำร้องแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามเพื่อบังคับมิให้โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 478 มีคำสั่งยกคำร้องสอด ค่าคำร้องให้เป็นพับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้อยสอดเข้ามาในคดีนี้หรือไม่

ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า สิทธิในเครื่องหมายการค้าเป็นทรัพย์สินตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138 จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าและสั่งซื้อสินค้าของผู้ร้องเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ย่อมได้รับสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้องที่ติดมากับสินค้านั้นด้วย คำฟ้องของโจทก์เป็นการรบกวนขัดสิทธิของจำเลยที่ 1 ในอันที่จะใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าโดยปกติสุข จึงเป็นการรอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า และผู้ร้องมีสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปเพชรดีกว่าโจทก์พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ...เครื่องหมายการค้าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่งซึ่งกฎหมายรับรองและคุ้มครองไว้โดยเฉพาะ ไม่มีรูปร่าง ทั้งไม่อาจยึดถือครอบครองได้อย่างทรัพย์สินทั่วไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้อง แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของเครื่องหมายการค้า เมื่อจำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้องไปแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าในสินค้าที่ได้จำหน่ายไปได้รับประโยชน์จากการใช้เครื่องหมายการค้านั้นจากราคาสินค้าที่จำหน่ายไปเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่มีสิทธิหวงกันไม่ให้จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อสินค้าซึ่งประกอบการค้าปกตินำสินค้านั้นออกจำหน่ายอีกต่อไปเท่านั้น การซื้อสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้องไปดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดสิทธิแต่เพียงผู้เดียวแก่จำเลยที่ 1 ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้อง

การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปเพชรในกรอบสี่เหลี่ยมฟ้องจำเลยทั้งสามให้ระงับหรือเลิกใช้เครื่องหมายการค้าที่เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายโดยจำเลยทั้งสามให้การว่าซื้อสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้องมาขาย จึงไม่ใช่การก่อการรบกวนสิทธิของจำเลยทั้งสามผู้ซื้อในอันจะครอบครองทรัพย์สินโดยปกติสุขเพราะโจทก์มีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายอันผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475 ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ขายสามารถสอดเข้ามาในคดีเพื่อปฏิเสธการเรียกร้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 478 ได้

ส่วนปัญหาว่าใครจะมีสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปเพชรดีกว่ากัน เป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับโจทก์ซึ่งมีพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 บัญญัติคุ้มครองเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว และปรากฏตามคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ว่า ผู้ร้องได้ฟ้องโจทก์โดยอ้างว่ามีสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปเพชรดีกว่าโจทก์ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหาย คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยในประเด็นเรื่องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ว่า คดีของผู้ร้องขาดอายุความ แล้วพิพากษายืนให้ยกฟ้องของผู้ร้อง ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3846/2546 ระหว่าง บริษัททานองหรือตานงแอ๊กกริคัลเจอรัลแมชชีน

จำกัด (ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบริษัทผู้ร้องในคดีนี้) โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. กิติ - วัฒนา กับพวก จำเลย ผู้ร้องซึ่งเป็นคู่ความเดียวกับโจทก์จะรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันไม่ได้ ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องสอดของผู้ร้องมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความในชั้นนี้จำนวน 1,500 บาท แทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัส ติงสมิตร · อร่าม เสนามนตรี · ไมตรี ศรีอรุณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้