Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ปรับปรุงทางเท้าและทำถนนตามที่รับจ้างจากหน่วยราชการเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2516 แต่ได้รับค่าจ้างเมื่อเดือนมกราคม 2517 และรวมคำนวณกำไรสุทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2517 แล้ว ย่อมเป็นการเสียภาษีที่ถูกต้อง ที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้นำค่าจ้างดังกล่าวไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2516 นั้นไม่ถูกต้อง เพราะขณะนั้นไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องนำเกณฑ์สิทธิ์มาใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิ.(ที่มา-ส่งเสริม)โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กับให้จำเลยคืนเงินให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ถูกต้องชอบด้วยกฎหมายและคดีขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ปรับปรุงทางเท้าและทำถนนตามที่รับจ้างจากหน่วยราชการเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2516 แต่ได้รับค่าจ้างเมื่อเดือนมกราคม 2517 และรวมคำนวณกำไรสุทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2517 แล้ว ย่อมเป็นการเสียภาษีที่ถูกต้อง ที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้นำค่าจ้างดังกล่าวไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2516 นั้นไม่ถูกต้อง เพราะขณะนั้นไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องนำเกณฑ์สิทธิ์มาใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิ.(ที่มา-ส่งเสริม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กับให้จำเลยคืนเงินให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ถูกต้องชอบด้วยกฎหมายและคดีขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีของปี 2516 เป็นจำนวนเงิน 12,178.33 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยกค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว ปัญหาในชั้นฎีกาคงมีเพียงภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีของปี2516 ซึ่งโจทก์นำสืบว่าโจทก์รับจ้างทำถนนเชื่อมระหว่างซอยของถนนสุขุมวิทกับรับจ้างปรับปรุงทางเท้าหน้ากองบัญชาการทหารสูงสุดปรากฏตามเอกสารหมาย จ. 6/2 แต่โจทก์ได้รับค่าจ้างจากผู้ว่าจ้างในปี 2517 ดังปรากฏจากใบเสร็จรับเงินตามเอกสารหมาย จ.9 จ. 10 จึงถือว่าไม่ใช่รายรับของปี 2516 โจทก์จึงนำรายรับดังกล่าวลงบัญชีในปี 2517 ปรากฏในบัญชีตามเอกสารหมาย จ. 11 หน้า 159, 160 รายรับจำนวนนี้โจทก์ได้เสียภาษีแล้วในปี 2517 จำเลยนำสืบว่าจากการตรวจสอบสมุดบัญชีของโจทก์ปรากฏว่าโจทก์ใช้ระบบเกณฑ์สิทธิ์คือถือว่าในวันที่ส่งมอบสินค้าเป็นวันที่มีรายได้ถึงแม้จะยังไม่ได้รับชำระเงินส่วนรายจ่ายนั้นถือว่าวันที่ถึงกำหนดชำระตามสัญญาเป็นวันที่มีการจ่ายถึงแม้จะไม่มีการจ่ายเงินจริงและไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ขออนุมัติอธิบดีกรมสรรพากรเปลี่ยนระบบการใช้เกณฑ์สิทธิมาเป็นระบบเกณฑ์เงินสด แต่ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลปี2516 ตามเอกสารหมาย

ล. 5 โจทก์กลับใช้เกณฑ์เงินสดโดยมิได้หักรายได้จากหน่วยงาน 2 หน่วยตามเอกสารหมาย จ. 6/2 มาคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีกำไรสุทธิสำหรับเงินได้นิติบุคคลของโจทก์สำหรับปี 2516 เป็นเงิน 258,445.44 บาท และเป็นภาษีที่จะต้องชำระ51,687.08 บาทแต่โจทก์ชำระแล้ว 41,540.47 บาท โจทก์จึงต้องชำระเพิ่มรวมทั้งเงินเพิ่มภาษีเป็นจำนวน 12,178.33 บาท

พิเคราะห์แล้วได้ความว่าในปี พ.ศ.2516 โจทก์ได้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.4) แสดงกำไรสุทธิเป็นเงิน1,249.44 บาทคิดเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล 249.89 บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ. 20 แต่เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2516 โจทก์ยังมีรายได้ซึ่งได้รับจากหน่วยราชการอีก 2 รายการคือค่าจ้างปรับปรุงทางเท้าหน้ากองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นเงิน 69,430 บาท กับค่าจ้างทำถนนเชื่อมระหว่างซอยของถนนสุขุมวิท งวดที่ 2 เป็นเงิน 192,970บาท งานทั้งสองรายการนี้โจทก์ทำแล้วเสร็จในวันที่ 21 และวันที่ 24 พฤศจิกายน 2516 ดังปรากฏตามหนังสือสัญญาจ้างตามเอกสารหมาย จ. 6/2 เงินค่าจ้างทั้งสองรายการรวมเป็นเงิน262,400 บาท

นี้ โจทก์มีสิทธิจะได้รับในเดือนพฤศจิกายน 2516จึงต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2516 ด้วย เพราะระบบบัญชีของโจทก์ใช้เกณฑ์สิทธิ์มิใช่เกณฑ์เงินสดแต่โจทก์มิได้นำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เจ้าพนักงานประเมินจึงแจ้งให้โจทก์ชำระเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลรวมทั้งเงินเพิ่มภาษีเป็นเงิน12,178.33 บาท โจทก์อ้างว่าเงินค่าจ้างทั้งสองรายการโจทก์ได้รับจากหน่วยราชการเมื่อวันที่ 11 และ 21 มกราคม 2517 ปรากฏตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ. 9 จ. 10 จึงเป็นรายได้สำหรับปี 2517โจทก์จึงมิได้นำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี พ.ศ.2516 จากที่ได้ความดังกล่าวปัญหาวินิจฉัยมีว่า

โจทก์จะต้องนำรายได้ทั้งสองรายการเป็นเงิน 262,400 บาท ที่โจทก์ได้รับในเดือนมกราคม 2517 มาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2516 หรือไม่ เห็นว่าสำหรับทางด้านรายจ่ายของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ.2516 นั้นไม่มีปัญหาคงมีปัญหาเฉพาะทางด้านรายได้ซึ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ที่ใช้บังคับขณะเกิดคดีเรื่องนี้มิได้กำหนดวิธีการหลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชีไว้แต่ประการใด มาตรา 65 เพิ่งจะมาแก้ไขเมื่อปีพ.ศ.2527 ว่าในการคำนวณรายได้และรายจ่ายตามมาตรา 65 วรรคหนึ่งให้ใช้เกณฑ์สิทธิ์ดังนั้นจึงแสดงอยู่ในตัวว่าขณะเกิดคดีนี้โจทก์ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องนำเกณฑ์สิทธิ์มาใช้ในการคำนวณทั้งรายได้และรายจ่าย นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าสำหรับรายได้จำนวน 262,400 บาท ซึ่งโจทก์ได้รับในเดือนมกราคม 2517 นั้นแม้โจทก์จะมิได้นำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2516 แต่โจทก์ก็ได้นำลงบัญชีเงินสดสำหรับปี 2517 ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.11 หน้า 159, 160 และโจทก์ได้เบิกความว่าได้นำรายได้ทั้งสองรายการดังกล่าวเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี พ.ศ.2517 แล้วซึ่งจำเลยก็มิได้นำสืบปฏิเสธเป็นอย่างอื่นการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี พ.ศ.2516 จึงไม่ชอบฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 600 บาท แทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2566

การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562

การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตาม ป.รัษฎากร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2561

โจทก์กู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) โจทก์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,195,93…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้