Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4426/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 261 วรรคสาม ศาลจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อเมื่อจำเลยยื่นคำขอให้เห็นว่าวิธีการที่กำหนดไว้ตามมาตรา 254 นั้น ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุอันสมควรประการอื่น คำร้องของจำเลยที่ว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลที่จะชนะคดีก็ดี โจทก์มีเจตนาทุจริตในการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยก็ดี เป็นการคัดค้านว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่พอที่จะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา หาใช่วิธีการกำหนดไปนั้นไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุอันสมควรประการอื่นไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดเรื่องตั๋วเงิน ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 2,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนฉุกเฉินยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5472 และ 77992 ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้ชั่วคราว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยจะนำที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 6717 ถึงเลขที่ 6722 และ น.ส. 3 ก. เลขที่ 6725, 6726 ตำบลกันจุ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ของจำเลยที่ 2 รวม 8 แปลง ราคา 3,129,000 บาท มาเป็นหลักประกันแก่โจทก์แทน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 261 วรรคสาม ศาลจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อเมื่อจำเลยยื่นคำขอให้เห็นว่าวิธีการที่กำหนดไว้ตามมาตรา 254 นั้น ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุอันสมควรประการอื่น ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอหรือมีคำสั่งอื่นใดตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ได้ แต่คำร้องของจำเลยที่ 2 ฉบับวันที่ 24 มิถุนายน 2540 ที่ว่า ฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลที่จะชนะคดีก็ดี โจทก์มีเจตนาทุจริตในการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ก็ดี เป็นการคัดค้านว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่พอที่จะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา หาใช่วิธีการที่กำหนดไปนั้นไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุอันสมควรประการอื่นไม่

จำเลยที่ 2 จะร้องคัดค้านเช่นนั้นไม่ได้ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องและฎีกาว่า ที่ดินหลักประกันของจำเลยที่ 2 มีราคามากกว่าจำนวนหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้อง และหากจำเลยที่ 2 แพ้คดีก็สามารถชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้นั้น ในประเด็นนี้จำเลยที่ 2 นำสืบว่า ที่ดินทั้ง 8 แปลง ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ มีราคาประเมินของทางราชการถึง 3,192,000 บาท ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดไร่ละ 200,000 บาท ส่วนโจทก์นำสืบคัดค้านว่า ขณะที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ไว้ชั่วคราวนั้น จำเลยที่ 2 ยังมิได้เป็นเจ้าของที่ดินทั้ง 8 แปลง ที่จะนำมาเป็นหลักประกัน และที่ดินดังกล่าวอยู่ห่างจากอำเภอบึงสามพันถึงประมาณ 16 กิโลเมตร

ราคาซื้อขายกันจริงเพียงไร่ละประมาณ 40,000 บาท เท่านั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านยอมรับว่า เพิ่งได้รับโอนที่ดินทั้ง 8 แปลง มาหลังจากถูกโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว ทั้งโจทก์ยืนยันว่านายฮั่งลิ้มพี่ชายจำเลยที่ 2 เคยนำที่ดินดังกล่าวมาเสนอขอหักหนี้กับโจทก์ แต่โจทก์ไม่ยินยอมเพราะเห็นว่าที่ดินอยู่ห่างไกลความเจริญ โจทก์ยังทราบว่านายฮั่งลิ้มได้นำที่ดินไปขอหักหนี้กับเจ้าหนี้รายอื่น ก็ไม่มีใครยอมรับ และจำเลยที่ 2 เบิกความรับด้วยว่า บริเวณที่ดินดังกล่าวยังไม่มีน้ำประปา ดังนี้ พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 เพิ่งจะรับโอนที่ดินมาน่าจะเพียงเพื่อนำมาเป็นหลักประกันให้มีการเพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5472 และ 77992 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น

เมื่อปรากฏว่าที่ดินทั้ง 8 แปลง อยู่ห่างไกลความเจริญ ทั้งราคาที่แท้จริงจะเป็นดังที่จำเลยที่ 2 นำสืบหรือไม่ ก็ไม่แน่ชัด เพราะหากราคาสูงดังจำเลยที่ 2 อ้าง จำเลยที่ 2 ก็ควรจะขายหรือโอนใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้แล้ว กรณีจึงยังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นตามคำร้องของจำเลยที่ 2 หรือมีคำสั่งอย่างอื่นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ศรีสง่า · ระพินทร บรรจงศิลป · วิเทพ ศิริพากย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวินิตย์ ศรีภิญโญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายปกรณ์ บุญญกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้