Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์ขออนุญาตอ้างเพิ่มเติมภายหลังวันชี้สองสถาน โจทก์ไม่ทราบว่าได้มีอยู่ก่อนวันชี้สองสถาน และปรากฏว่าพยานหลักฐานนั้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี จำเป็นจะต้องสืบเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลก็ควรอนุญาตให้โจทก์อ้างพยานหลักฐานดังกล่าวเพิ่มเติมได้.(ที่มา-ส่งเสริม)โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ยื่นคำขอและเสียภาษีตามมาตรา 30 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 โจทก์จึงได้รับความคุ้มครองที่จะไม่ต้องถูกประเมินหรือสั่งให้เสียภาษีสำหรับรายรับหรือเงินได้ที่มีอยู่ก่อนหรือในวันที่ 31ธันวาคม 2527 การประเมินของเจ้าพนักงานจำเลยที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าสำหรับปีพ.ศ.2522 ถึง 2525 จึงไม่ชอบ ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ก็ได้รับความคุ้มครองตามพระราชกำหนดดังกล่าว จำเลยไม่มีสิทธิประเมินและสั่งให้โจทก์เสียภาษีการค้า ให้จำเลยถอนการอายัดทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยให้การว่าเจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินภาษีการค้าของโจทก์ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2529 โจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชกำหนดดังกล่าวจำเลยมีอำนาจยึดและอายัดทรัพย์สินตามฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 20 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 31 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนนำคดีมาสู่ศาล ขอให้ยกฟ้อง หลังจากวันชี้สองสถาน โจทก์ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 10 ตุลาคม2529 ขออ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมรวม 2 อันดับ โดยอ้างว่าพยานอันดับแรกซึ่งเป็นพยานบุคคลโจทก์เพิ่งทราบว่าเป็นผู้รู้เห็นในการที่เจ้าพนักงานประเมินไปปิดแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า ณโรงงานผลิตและจำหน่ายน้ำแข็งของโจทก์ ส่วนพยานอันดับสองเป็นหนังสือแจ้งให้นำเงินภาษีอากรไปชำระลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์2529 ซึ่งคนงานของโจทก์เก็บได้ในบริเวณที่ปิดแบบแจ้งการประเมิน และคนงานเพิ่งนำมามอบให้แก่โจทก์ ศาลภาษีอากรกลางว่าโจทก์ยื่นเมื่อพ้นระยะเวลาตามกฎหมายทั้งตามคำร้องไม่มีเหตุอันสมควร จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุบัญชีพยานเพิ่มเติมยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำแถลงคัดค้านคำสั่งศาลดังกล่าวแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุบัญชีพยานเพิ่มเติมตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2529 เสียก่อน

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 และมาตรา30 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ.2528 ข้อ 8 วรรคสี่ได้กำหนดไว้ว่าเมื่อระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณีได้สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าคู่ความซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่า ตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใดคู่ความดังกล่าวนั้นอาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษาคดีขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นและถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม

จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้นก็ให้ศาลอนุญาตตามคำร้อง ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังวันชี้สองสถาน พร้อมทั้งแนบบัญชีพยานมาท้ายคำร้องด้วย ซึ่งพยานอันดับแรกเป็นพยานบุคคลชื่อนายดาบตำรวจสมเดช (ไม่ทราบนามสกุล) พยานอันดับสองเป็นหนังสือที่ว่าการอำเภอเมืองจันทบุรีแจ้งให้นำเงินภาษีอากรไปชำระลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2529 โดยโจทก์อ้างเหตุที่โจทก์ไม่สามารถอ้างบัญชีระบุพยานดังกล่าวก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันได้ว่า โจทก์เพิ่งทราบว่าพยานอันดับแรกเป็นผู้รู้เห็นในการที่เจ้าพนักงานของจำเลยไปปิดแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าที่โรงงานผลิตและจำหน่ายน้ำแข็งของโจทก์ ส่วนพยานอันดับสองคนงานของโจทก์เป็นผู้เก็บได้ในบริเวณที่เจ้าพนักงานของจำเลยปิดแบบแจ้งการประเมิน และเพิ่งส่งเอกสารดังกล่าวให้โจทก์แสดงให้เห็นว่าพยานที่โจทก์ระบุเพิ่มเติมทั้งสองอันดับดังกล่าว

โจทก์ไม่ทราบว่าได้มีอยู่ก่อนวันชี้สองสถานการอ้างพยานเพิ่มเติมทั้งสองอันดับของโจทก์จึงมีเหตุอันสมควร ทั้งประเด็นแห่งคดีมีว่าเจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินภาษีการค้าในปีพ.ศ.2522ถึง 2525 และนำแบบแจ้งการประเมินไปปิดที่โรงงานผลิตและจำหน่ายน้ำแข็งของโจทก์ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2529 ตามที่โจทก์ฟ้องหรือปิดในวันที่ 23 มกราคม 2529 ดังที่จำเลยให้การ พยานทั้งสองอันดับที่โจทก์อ้างเพิ่มเติมจึงเป็นพยานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวที่จะแสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานของจำเลยได้ทำการประเมินภาษีการค้าของโจทก์ในปีพ.ศ.2522 ถึง 2525 ก่อนหรือหลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2529 ซึ่งเป็นวันที่พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14)

พ.ศ.2529 ใช้บังคับ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องสืบพยานที่โจทก์อ้างเพิ่มเติมทั้งสองอันดับเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลควรอนุญาตให้โจทก์อ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมตามคำร้องลงวันที่ 10 ตุลาคม 2529 ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์อ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น อุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางอนุญาตให้โจทก์อ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ตามคำร้อง และให้ศาลภาษีอากรกลางดำเนินการพิจารณาสืบพยานที่อ้างเพิ่มเติมแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลภาษีอากรกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2535

คำร้องของ ทนายโจทก์ที่ขอถอนตนเองจากการเป็นทนาย มิได้กล่าวว่าทนายโจทก์ได้แจ้งให้ตัวความทราบแล้วหรือหาตัวความไม่พบถือได้ว่าทนายโจทก์มิได้แสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลถึงเหตุดังกล่าวตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2678/2534

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 วรรคสี่ กำหนดกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานไว้ว่า คู่ความซึ่งขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานจะต้องแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่า มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626222)

การที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในข้อหาสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรเป็นเรื่องที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งสำนวนไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน อันเป็นขั้นตอนในชั้นสอบสวนคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2561

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ข้อ 15 วรรคสอง ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสำเนาก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อจำเลยที่ 6 ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วเมื่อวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2555

เจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายนัดชี้สองสถานหลังจากวันที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้หมายแจ้งนัดชี้สองสถานถึง 16 วัน จนเป็นผลให้โจทก์ทราบนัดชี้สองสถานล่าช้าตามไปด้วยและทำให้โจทก์เหลือระยะเวลาไม่เพียงพอที่จะปฏิบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้