Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4417/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้โจทก์ได้ทำนิติกรรมโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยทั้งสองทราบดีว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนดังกล่าว ดังนี้เป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ในเรื่องเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 โดยไม่จำต้องบรรยายว่าจำเลยที่ 1 จะมีหรือไม่มีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่พิพาทหรือไม่ และโจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องก่อนหรือหลังจำเลยที่ 1 โอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายและจดทะเบียนโอนที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยต่างรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบ ทั้งนี้โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้โจทก์อยู่ 110,000 บาท ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินชำระหนี้ให้โจทก์รวม 4 ฉบับ เมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินหลังจากโจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาฐานออกเช็คดังกล่าวโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คต่อศาลชั้นต้นแล้วจำเลยที่ 1 ได้โอนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ 2โดยจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์และถูกดำเนินคดีดังกล่าวเพราะจำเลยทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันและอยู่บ้านเดียวกัน

การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์เสียเปรียบไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 ผู้ขายและจำเลยที่ 2 ผู้ซื้อ โดยเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จากจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ให้การว่ามิได้ฉ้อฉล โจทก์ไม่เสียเปรียบ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1โดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานถูกต้องจำเลยที่ 2 ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการซื้อขายที่พิพาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่รับกันฟังได้ว่า จำเลยที่ 1กู้เงินโจทก์โดยได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้โจทก์เป็นการชำระหนี้เมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นน้อง คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่สำหรับปัญหาที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 2ฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่า นอกจากที่พิพาทแล้วจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดอีกที่โจทก์จะบังคับเอาได้ จึงทำให้เสียเปรียบ และโจทก์มิได้บรรยายว่าได้ใช้สิทธิเรียกร้องเมื่อใดก่อนหรือหลังการโอนที่พิพาท จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม

เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องมีใจความเป็นสำคัญว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้โจทก์ได้ทำนิติกรรมโอนขายที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ต่างทราบดีว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนดังกล่าว ดังนี้ เป็นคำฟ้องที่ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในเรื่องเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237แล้วไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 จะมีหรือไม่มีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่พิพาทหรือไม่ และโจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องก่อนหรือหลังจำเลยที่ 1 โอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา โจทก์บรรยายฟ้องมาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ไม่เคลือบคลุม"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้