Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4402/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25 บัญญัติให้ผู้รับประเมินที่ไม่พอใจในการประเมินอาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า บริษัท ซ. เจ้าของโรงเรือนและที่ดินดังกล่าวเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษีพิพาท และพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้แจ้งรายการประเมินไปยังบริษัท ซ. อันเป็นการแจ้งรายการประเมินแก่ผู้รับประเมินตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 24 แล้ว ดังนั้นผู้รับประเมินที่อาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่จึงหมายถึงบริษัท ซ. แม้โจทก์จะมีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามสัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ก็ไม่เป็นผู้รับประเมินในกรณีนี้และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ทั้งตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 37 ก็บัญญัติให้ผู้รับประเมินที่จะต้องลงนามในแบบพิมพ์ใดจะให้ตัวแทนลงนามแทนก็ได้ โดยต้องมอบฉันทะเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อโจทก์ยื่นแบบพิมพ์คำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด. 9) ในนามของตนเองโดยบริษัท ซ. ผู้รับประเมินไม่ได้มอบฉันทะเป็นลายลักษณ์อักษรให้ลงนามแทนได้ จึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ และถือว่าไม่มีการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25 จำนวนเงินที่ประเมินจึงเป็นจำนวนเด็ดขาด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2548 (ภ.ร.ด. 8) ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2548 ของจำเลยที่ 3 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ประเมินเรียกเก็บสูงไปจำนวน 2,468,977.24 บาท แก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่อุทธรณ์โต้เถียงกันฟังยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2543 โจทก์เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอาคารเลขที่ 1 หมู่ที่ 8 ซอยพหลโยธิน 50 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน (อนุสาวรีย์) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร จากบริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด มีกำหนดเวลา 9 ปี นับตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2544 ถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2553 และได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2544 โจทก์ใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวประกอบกิจการห้างสรรพสินค้าในนามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาดอนเมือง ตามข้อ 16 ของสัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

กำหนดให้ผู้เช่าเป็นผู้ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินของทรัพย์สินที่เช่าตลอดเวลาการเช่า บริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด เป็นผู้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด. 2) ในปีภาษีพิพาท พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องตามรายการของบริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด และกำหนดเป็นค่ารายปี 58,344,600.80 บาท ค่าภาษี 7,293,075.10 บาท โดยแจ้งให้บริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด ทราบเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2548 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่ 2 พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ในนามของตนเอง โดยขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่เฉพาะส่วนพื้นที่ที่โจทก์นำออกให้บุคคลภายนอกเช่าช่วง

อ้างเหตุผลว่าการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินค่ารายปีเท่ากับค่าเช่าช่วงรายเดือน คูณ 12 คิดเป็นค่ารายปี 23,083,560.80 บาท นั้นไม่ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ต้องถือว่าค่าเช่าตามจำนวนที่โจทก์จ่ายให้แก่บริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด เป็นค่ารายปี มิใช่คิดจากค่าเช่าที่โจทก์ได้รับจากบุคคลภายนอกผู้เช่าช่วง และไม่มีอำนาจประเมินค่ารายปีได้อีก คณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่พิจารณาแล้วมีมติไม่รับคำร้องดังกล่าวของโจทก์ไว้พิจารณา และจำเลยที่ 2 มีหนังสือที่ กท 0405/7046 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2548 แจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยที่ 1 ไม่สามารถรับคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ไว้พิจารณาได้เพราะผู้ยื่นคำร้องมิได้รับมอบฉันทะเป็นลายลักษณ์อักษรให้ลงนามแทนผู้รับประเมิน โจทก์ได้ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 แล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2548

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยโจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามสัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เมื่อโจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ได้และมีอำนาจฟ้องนั้น

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 25 บัญญัติให้ผู้รับประเมินที่ไม่พอใจในการประเมินอาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า บริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด เจ้าของโรงเรือนและที่ดินดังกล่าวเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษีพิพาท และพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้แจ้งรายการประเมินไปยังบริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด อันเป็นการแจ้งรายการประเมินแก่ผู้รับประเมินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 24 แล้ว ดังนั้น ผู้รับประเมินที่อาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่จึงหมายถึงบริษัท

ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด แม้โจทก์จะมีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามสัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ก็ไม่เป็นผู้รับประเมินในกรณีนี้และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ทั้งตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 37 ก็บัญญัติให้ผู้รับประเมินที่จะต้องลงนามในแบบพิมพ์ใดจะให้ตัวแทนลงนามแทนก็ได้ โดยต้องมอบฉันทะเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อโจทก์ยื่นแบบพิมพ์คำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด. 9) ในนามของตนเองโดยบริษัท ซี. ซี. เซ็นเตอร์ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จำกัด ผู้รับประเมินไม่ได้มอบฉันทะเป็นลายลักษณ์อักษรให้ลงนามแทนได้ จึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ และถือว่าไม่มีการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ. 2475 มาตรา 25 จำนวนเงินที่ประเมินจึงเป็นจำนวนเด็ดขาด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
องอาจ โรจนสุพจน์ · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ปรีดา พูนคำ
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายปรีชา บุญโรจน์พงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.6/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ10/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ370/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้