Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานที่ดินไม่ตรวจโฉนดตามที่มีโอกาสตรวจ จึงไม่ทราบว่า โฉนดปลอม เป็นประมาทเลินเล่อทำให้เจ้าของที่ดินเสียหาย กรมที่ดิน ต้องรับผิดในการกระทำของผู้แทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 แต่ไล่เบี้ยเอาจากเจ้าพนักงานที่ดินได้ กรณีไม่ใช่ละเมิด มีอายุความ 10 ปีตามมาตรา 164 โจทก์บรรยายข้อเท็จจริงแสดงสภาพแห่งข้อหาชัดแจ้งและข้ออ้าง ที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว การจะปรับข้อเท็จจริงด้วยบทกฎหมายใดเป็น หน้าที่ของศาล ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1, 2, 3, 4 ร่วมกันใช้เงิน 1,676,297 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อแรกจำเลยที่ 2 ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงแห่งคดีตั้งแต่ต้นเป็นลำดับมาเริ่มแต่มีบุคคลแอบอ้างว่าเป็นร้อยตรีก่อเกียรติ สุวรรณิน ไปยื่นคำขอใบแทนโฉนดที่ดิน จำเลยทั้งสี่ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อ จนกระทั่งโจทก์ต้องใช้เงินแก่นางระเบียบ แสงขำ ตามคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าตามกฎหมายต้องบรรยายเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่งคือเป็นเรื่องละเมิดต่อโจทก์หรือโจทก์ชำระเงินแทนจำเลยแล้วมาเรียกเงินคืนจากจำเลยหรือโจทก์กับจำเลยเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับดังจำเลยอ้างเมื่อโจทก์บรรยายข้อเท็จจริงมาโดยชัดแจ้งแล้ว การที่จะปรับข้อเท็จจริงนั้นด้วยบทกฎหมายใดเป็นหน้าที่ของศาลข้อที่ 2 จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า กรณีเรื่องนี้เป็นเรื่องละเมิดต้องใช้อายุความ1 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องและข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้แทนของโจทก์ทำตามหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นเป็นเหตุให้โจทก์จำต้องเสียค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น โจทก์จึงใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นตัวผู้เป็นต้นเหตุทำความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 หาใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดโดยตรงอันจะพึงใช้อายุความ 1 ปีตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาไม่ สิทธิเรียกร้องเช่นนี้ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นจึงมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 (คำพิพากษาฎีกาที่ 1309/2520 ระหว่างกรมที่ดิน โจทก์

นายศิริเกวลินสฤษดิ์ กับพวก จำเลย)" ฯลฯ"ตามคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ประกอบกับคำเบิกความของนายจิตต์ ณ ตะกั่วทุ่ง เห็นได้ว่า แม้เพียงตรวจซากโฉนดโดยละเอียดก็อาจรู้ได้ว่าเป็นซากโฉนดปลอม ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 2 ได้มีโอกาสตรวจซากโฉนดเปรียบเทียบกับโฉนดสำนักงานที่ดินด้วยแล้ว ก็น่าจะเห็นการปลอมได้ง่ายยิ่งขึ้น การที่จำเลยที่ 2 ไม่ตรวจเปรียบเทียบซากโฉนดกับโฉนดสำนักงานที่ดินโดยละเอียดถี่ถ้วน เป็นการแสดงความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 แม้จำเลยที่ 2 จะได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย กฎกระทรวงและวิธีการต่าง ๆ ของโจทก์ แต่เมื่อไม่ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอในการปฏิบัติงานในหน้าที่ก็ถือได้ว่าประมาทเลินเล่อ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2031/2514 ระหว่างนางระเบียบ

แสงขำ โจทก์ กรมที่ดิน กับพวก จำเลย (คดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 4746/2510) ก็ได้วินิจฉัยไว้ว่าถ้าหากจำเลยที่ 2 (นายสมบูรณ์โสมมะเกษตริน) จำเลยที่ 3 (นายวิชัย วิทยากูล) จำเลยที่ 4 (นายศุกล อนุสสรนิติสาร) มิได้ละเลยในการตรวจสอบหรือได้ทำการตรวจสอบโดยไม่ได้ประมาทเลินเล่อ ก็จะพบได้โดยง่ายดายในทันทีที่ตรวจสอบเปรียบเทียบว่าซากโฉนดนั้นต้องไม่ใช่ซากโฉนดฉบับเจ้าของที่ดินที่แท้จริงหรือเป็นซากโฉนดปลอม ฯลฯ การที่ออกใบแทนโฉนดให้ไปโดยผิดพลาดน่าเชื่อว่าต้องเป็นเพราะจำเลยละเลยไม่ได้ตรวจสอบซากโฉนดเปรียบเทียบกับโฉนดฉบับสำนักงานที่ดิน หรือถ้ามีการตรวจสอบก็ไม่ได้ใช้ความพินิจพิเคราะห์เท่าที่ควรอันเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ

เมื่อฟังว่าจำเลยที่ 2 กระทำ โดยประมาทเลินเล่อและความประมาทเลินเล่อนั้นทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลจำต้องเสียค่าสินไหมทดแทนนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยผู้เป็นต้นเหตุทำความเสียหายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 ข้อสุดท้ายจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยทั้งสี่รับผิดเต็มจำนวน เพราะ (1) คำพิพากษาในคดีก่อน ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยร่วมกันรับผิด โจทก์ต้องรับผิดหนึ่งในสี่ส่วน คงเรียกจากจำเลยได้เพียง 3 ส่วน (2) กฎหมาย กฎกระทรวงและคำสั่งของโจทก์บกพร่อง (3) คณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งมีมติให้จำเลยที่ 2 รับผิดเพียง 419,074.25 บาทเท่านั้นศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องร่วมกับจำเลยที่ 1, 2, 3 ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ (คือโจทก์และจำเลยที่ 1, 2, 3 ในคดีนี้)

ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่นางระเบียบ แสงขำ โจทก์ โดยเหตุที่ว่าจำเลยที่ 1, 2, 3 ปฏิบัติราชการในหน้าที่และความรับผิดชอบของโจทก์อยู่ในความควบคุมของโจทก์ โจทก์จึงต้องรับผิดร่วมด้วย ฉะนั้น เมื่อโจทก์ชำระหนี้ตามคำพิพากษาไปเพราะโจทก์จำต้องรับผิดในการกระทำของจำเลยทั้งสี่ตามกฎหมาย โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยให้จำเลยทั้งสี่ใช้เงินที่โจทก์ชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้นคืน เหตุที่จำเลยอ้างใน (2) ฟังไม่ขึ้นเพราะข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าวข้างต้นแล้วว่าจำเลยทั้งสี่กระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น เหตุที่อ้างใน (3) ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้ว จำเลยที่ 2 มิได้อ้างเหตุคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขึ้นมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้