Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าใช้จ่ายที่โจทก์อ้างว่ามีการหักให้เจ้าของฟิล์มภาพยนต์ ที่ นำมาฉายนั้น ไม่ปรากฏว่ามีการจัดทำหลักฐานการรับเงินไว้ บัญชีแสดงการจ่ายเงินก็ไม่มีจ่ายให้แก่ผู้ใด จำนวนเท่าใดก็ไม่ปรากฏ จึงไม่อาจนำจำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการ คำนวณภาษีที่ต้องชำระของโจทก์ การที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด ค่าใช้จ่ายให้เป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 75 เป็นประโยชน์แก่โจทก์ มากกว่า ไม่มีข้อที่โจทก์จะอ้างได้ว่าหักค่าใช้จ่ายให้ไม่ถูกต้อง และเป็นผลร้ายแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเหตุดังกล่าวมาเป็นข้ออ้าง เพื่อให้เพิกถอนการประเมินไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 40 ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ทำการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี พ.ศ. 2525 และ 2526 ให้โจทก์เสียภาษีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 345,196.32 บาทโจทก์อุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ชอบ เนื่องจากรายได้จากการฉายภาพยนตร์เมื่อหักค่าอากรมหรสพออกแล้ว จะต้องแบ่งให้แก่เจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ในกรณีภาพยนตร์ไทยร้อยละ 60 และภาพยนตร์ต่างประเทศร้อยละ 50 เงินจำนวนดังกล่าวถือได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่โจทก์สามารถนำมาคำนวณกำไรสุทธิได้และไม่เข้าข้อห้ามตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรโจทก์มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)

แห่งประมวลรัษฎากรและตามความในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ก็ไม่ได้กำหนดว่ากิจการโรงภาพยนตร์ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 75 ดังที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยทำการประเมินโจทก์ ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยให้การว่า รายจ่ายค่าส่วนแบ่งแก่เจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ โจทก์ไม่มีหลักฐานแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ไม่ได้ว่าโจทก์จ่ายเงินให้แก่ผู้ใด เมื่อใด จำนวนเท่าใดเจ้าพนักงานประเมินจึงคิดคำนวณหักค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 75 ของเงินได้พึงประเมินเป็นการเหมา โดยเจ้าพนักงานประเมินได้คำนวณเปรียบเทียบกับการหักค่าใช้จ่าย โดยนำเอาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่โจทก์จ่ายจริงตามหลักฐานที่โจทก์มีอยู่และนำมาแสดงต่อเจ้าพนักงานได้เช่น

ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ค่าอากรมหรสพ ค่าภาษีบำรุงเทศบาลรวมกัน ปรากฏว่าการหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมามีรายจ่ายสูงกว่า จึงเป็นประโยชน์แก่โจทก์มากกว่าศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์นำสืบถึงค่าใช้จ่ายที่มีการหักให้เจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ที่นำมาฉายตามส่วน ตามที่ปรากฏในแบบยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2525และ 2526 นั้น คงมีแต่คำเบิกความของนายศุภชัย เงยไพบูลย์ ว่ามีการแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ที่นำมาฉายกับโจทก์ในอัตราร้อยละ 60 ต่อ 40 และ 50 ต่อ 50 ตามประเภทของภาพยนตร์ที่นำมาฉายว่าเป็นภาพยนตร์ไทยหรือภาพยนตร์ต่างประเทศ ตามลำดับข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์คงได้ความเพียงตามที่กล่าว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่าได้มีการจัดทำหลักฐาน การรับเงินกันไว้แต่อย่างใด บัญชีที่แสดงว่ามีการจ่ายเงินดังที่กล่าวก็ไม่มีมาแสดง จำนวนเงินที่จ่ายในแต่ละปีภาษีที่ถูกประเมินจ่ายให้แก่ผู้ใดจำนวนเท่าใดก็ไม่ปรากฏ

แม้กระทั่งคำเบิกความของนายศุภชัย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงภาพยนตร์แทนโจทก์ก็ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นจำนวนตามที่แสดงไว้ในแบบยื่นแสดงรายการเสียภาษี จึงไม่อาจนำจำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระของโจทก์ได้ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดค่าใช้จ่ายให้เป็นการเหมาในอัตราร้อยละ75 เช่นนั้น จึงเป็นการคิดหักค่าใช้จ่ายที่ให้ประโยชน์แก่โจทก์มากกว่าอยู่แล้ว ไม่มีข้อที่โจทก์จะอ้างได้ว่าหักค่าใช้จ่ายให้ไม่ถูกต้องและเป็นผลร้ายแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเอาเหตุนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้เพิกถอนการประเมินไม่ได้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2555

หนังสือแจ้งให้นำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายทั้งสองฉบับที่พิพาทกันในคดีนี้ แม้จะมีความบกพร่องโดยไม่ชัดเจนว่า โจทก์มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2549

การที่โจทก์กู้เงินจากธนาคารในต่างประเทศไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท อ. โดยโจทก์เสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้แล้วบริษัท อ. นำเงินทุนทั้งหมดไปให้บริษัท ท. กู้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยโดยเจตนาทำให้ต้นทุนของบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2166/2544

โจทก์ที่ 2 มิได้ร่วมลงทุนกับผู้อื่นซื้อที่ดิน เงินที่โจทก์ที่ 2ได้รับ 48,000,000 บาท เนื่องจากผู้ขายผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นของโจทก์ที่ 2 แต่ผู้เดียว เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2540

ทั้งในคำอุทธรณ์การประเมินของโจทก์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และในคำฟ้องของโจทก์ได้อ้างว่าเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งบอกค่าเสื่อมราคาในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2523 เพียง 14,700,159.77 บาท แทนที่จะเป็น 18,700,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8479/2540

การจำหน่ายหนี้สูญตาม ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (9) มิได้กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่าเจ้าหนี้ต้องทำอย่างไรบ้างเกี่ยวกับหนี้ที่จะถือว่าได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แล้ว จึงต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้