Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยร้องด่าผู้เสียหายว่า 'ออกมาซิกูจะจับหีมึงให้มึงดู'และ 'มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง' ต่อหน้าคนเดินผ่านไปมาประกอบกับผู้เสียหายเป็นหญิงสาวเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายขายหน้า จึงเป็นถ้อยคำดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ เวลากลางวันจำเลยบังอาจดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าด้วยกล่าววาจาดูถูกดูหมิ่นนางสาววิไล อาจองค์ ด้วยการกวักมือเรียกนางสาววิไล อาจองค์แล้วกล่าวถ้อยคำด้วยเสียตะโกนดัง ๆ ว่า "ออกมาซิ กูจะจับหีมึงให้มึงดู" และกล่าวว่า "มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง" เหตุเกิดที่ตำบลในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตรขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกล่าวถ้อยคำดังฟ้องจริง แต่ข้อความดังกล่าวหามีความหมายเป็นการดูหมิ่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ไม่ แต่เป็นคำด่าที่หยาบคาย เป็นการกล่าวคำลามกตามมาตรา ๓๘๘โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษ พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ พิพากษากลับ ให้ปรับจำเลย ๒๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว ในชั้นฎีกามีปัญหาว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวว่า "ออกมาซิ กูจะจับหีมึง ให้มึงดู" "มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง" เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๓ หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายกับพี่สาวและพี่ชายจำเลยมีเรื่องทะเลาะด่ากันมาหลายเรื่อง วันเกิดเหตุจำเลยร้องด่าผู้เสียหายมาจากร้านของจำเลยซึ่งอยู่ตรงข้ามร้านผู้เสียหายว่า "ออกมาซิ กูจะจับหีมึง ให้มึงดู" และว่า "มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง" โดยจำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวในขณะที่มีคนเดินผ่านไปมาหน้าร้านผู้เสียหาย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับผู้เสียหายไม่ถูกกันเพราะพี่สาวและพี่ชายจำเลยมีเรื่องด่าทะเลาะกันมาก่อน

เมื่อจำเลยด่าผู้เสียหายด้วยถ้อยคำดังกล่าวต่อหน้าคนเดินผ่านไปมาประกอบกับผู้เสียหายเป็นหญิงสาวเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายขายหน้า จึงเป็นถ้อยคำดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธรรม วรรณแสง · วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายประเสริฐ อัตชู
ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม จันทร์กลัด
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6794/2561

ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อันเป็นการกระทำโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 จึงเป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด คำฟ้องของโจทก์ในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 เป็นค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13173/2558

การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทหรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าวดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยามสบประมาทผู้ที่ถูกกล่าวหรือเป็นการท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3711/2557

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 393 ฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกับจำเลยอยู่ห่างไกลกันคนละอำเภอ แต่องค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393 นั้น ถ้าเป็นการกล่าวด้วยวาจา ผู้กระทำต้องกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8919/2552

การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทผู้ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2551

การดูหมิ่นผู้อื่นอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393 หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้