Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อบริษัทได้รับใบสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศบริษัทก็ให้โจทก์ทำการปนข้าวหรือผสมข้าวให้ได้ชั้นของข้าวตามมาตรฐาน โดยคิดค่าจ้างได้มาดังกล่าวนี้ โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้า ตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.2481 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ในเรื่องภาษีการค้า มาตรา 78, 79 นั้น ผู้ที่จะต้องเสียภาษีการค้า คือ (1) จะต้องเป็นผู้ประกอบการค้า (2) จะต้องมีสถานการค้าด้วย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มีหน้าที่หาซื้อข้าวมาให้บริษัทที่ตนทำงานแห่งเดียวจะไปเที่ยวซื้อข้าวให้ผู้อื่นไม่ได้ ต้องทำงานอย่างลูกจ้างทุกประการ ไม่ใช่เป็นการประกอบการค้าเป็นส่วนของตนเอง รายได้ของโจทก์บริษัทไม่ได้จ่ายให้เป็นเงินเดือน หากจ่ายให้ตามจำนวนงานการที่ทำให้บริษัทได้มากหรือน้อย โดยเป็นประเพณีที่ผู้ขายจ่ายให้ผู้ซื้อกระสอบละ 1.09 บาท แล้วบริษัทเป็นผู้รับเงินประเภทซื้อจากผู้ขายแล้ว โจทก์ไม่สถานการค้า ดังนี้ โจทก์จึงมิใช่เป็นผู้ประกอบการค้าเป็นนายหน้าหรือตัวแทนบริษัทอันมีหน้าที่จะต้องจดทะเบียนการค้าหรือเสียภาษีการค้าตามมาตรา 81 และ 79 แต่อย่างใดไม่ อย่างไรก็ดี เงินที่โจทก์ได้รับ + ก็เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) (2) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 มาตรา 15

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ปี พ.ศ.๒๔๙๗ โจทก์เป็นลูกจ้างประจำบริษัทมิตต์พานิช จำกัด เป็นพนักงานจัดซื้อข้าว ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๙๘ - ๒๔๙๙ เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำบริษัทไดอิจิบุซซันไกซา จำกัด มีหน้าที่จัดซื้อข้าวและเป็นผู้จัดการโกดังเก็บข้าว เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๐๒ เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรให้โจทก์นำเงินภาษีการค้าปี พ.ศ.๒๔๙๗ ถึง ๒๕๐๑ รวมทั้งสิ้น ๕๙,๐๗๑ บาท ไปชำระภายใน ๓๐ วัน โจทก์มิได้ประกอบการค้า ไม่มีหน้าที่เสียภาษีการค้า จึงได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมพิจารณาอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์ และวินิจฉัยว่า รายรับของโจทก์ต้องเสียภาษีการค้าประเภท "นายหน้าและตัวแทน" ให้นำเงินภาษีรวม ๕๙,๐๗๑ ไปชำระภายใน ๓๐ วัน

ขอศาลพิพากษาว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายและสั่งเพิกถอน จำเลยทั้ง ๓ ให้การว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างประจำ ปี พ.ศ.๒๔๙๗ โจทก์ทำการเป็นผู้จัดธุรกิจติดต่อซื้อข้าวให้บริษัทมิตต์พานิช ปี พ.ศ.๒๔๙๘ ถึง ๒๕๐๑ เป็นผู้จัดธุรกิจติดต่อซื้อข้าวให้บริษัทไดอิจิบุซซันไกซา โจทก์ใช้สถานที่ของบริษัทมิตต์พานิช มีค่ารายปีไม่ต่ำกว่าปีละ ๓,๖๐๐ บาท และใช้สถานที่ของบริษัทไดอิจิบุซซันไกซา มีค่ารายปี ๖๐๐ บาท ถือได้ว่าเป็นสถานการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ มีหน้าที่ขอจดทะเบียนการค้า เสียภาษีการค้าตามมาตรา ๘๑, ๗๙ โจทก์ได้รับรายได้เป็นค่าบริการ ( + ) จากโรงสีผู้ขายข้าวในฐานะที่โจทก์ช่วยขายข้าวให้อัตรากระสอบละ ๑.๐๙ บาท

ต้องด้วยลักษณะผู้ประกอบการค้าประเภทนายหน้าและตัวแทนตามมาตรา ๗๘ และบัญชีภาษีการค้า ข้อ ๑๙ ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างและได้รับเงินค่าจ้างจากบริษัททั้งสองเงินรายได้ของโจทก์จึงไม่ใช่เงินรายได้ประเภทนายหน้าและตัวแทนที่ต้องเสียภาษีการค้าพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เงินได้ของโจทก์ที่ได้รับเนื่องจากหาซื้อข้าวมาให้บริษัทอันเรียกว่า ค่าบริการ นั้น ต้องเสียภาษีการค้าในประเภทนายหน้าและตัวแทน แต่เงินที่ได้มาจากการผสมข้าวให้บริษัทไดอิจิบุซซันไกซาที่โจทก์ประจำทำงานอยู่ไม่ต้องเสียภาษีการค้า พิพากษาแก้ว่า เงินรายได้ของโจทก์ที่ได้รับจากบริษัทไดอิจิบุซซันไกซาต้องเสียภาษีอย่างเงินได้ธรรมดาแต่เงินจำนวนอื่นนอกจากนี้ต้องเสียภาษีการค้าประเภทนายหน้าและตัวแทน ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ขัดกับคำพิพากษานี้ โจทก์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับเงินค่าตอบแทนที่โจทก์ได้รับในการผสมข้าวให้บริษัทนั้น ได้ความว่า เมื่อบริษัทไดอิจิบุซซันไกซาได้รับใบสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศ บริษัทก็ให้โจทก์ทำการปนหรือผสมข้าวให้ได้ชั้นของข้าวตามมาตรฐานที่บริษัทในต่างประเทศสั่งมา โจทก์ได้ทำงานในหน้าที่โดยอาศัยแรงงานและความชำนาญของโจทก์ เมื่อผสมข้าวตามที่บริษัทต้องการเสร็จแล้ว บริษัทคิดค่าจ้างให้กระสอบละ ๑ บาท โจทก์ไม่ต้องไปติดต่ออาศัยผลของความสำเร็จของงานที่เกิดจากบุคคลภายนอกให้มาเป็นคู่สัญญากับบริษัทแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีทางที่จะเป็นนายหน้าหรือตัวแทนสำหรับงานประเภทนี้ เงินค่าตอบแทนที่โจทก์ได้ โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้า สำหรับเงินค่าตอบแทนที่โจทก์ได้รับเนื่องจากโจทก์จัดหาซื้อข้าวให้บริษัทแล้วโจทก์ได้ค่าตอบแทนกระสอบละ ๑.๐๙ บาท

นั้น เห็นว่า ตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.๒๔๘๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.๒๔๙๖ ในเรื่องภาษีการค้า มาตรา ๗๘, ๗๙ ผู้ที่จะต้องเสียภาษีการค้านั้น คือ (๑) ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ประกอบการค้า (๒) ผู้นั้นจะต้องมีสถานการค้าด้วย แต่คดีนี้ได้ความว่า โจทก์มีหน้าที่หาซื้อข้าวให้บริษัทที่ตนทำงานแห่งเดียว จะไปเที่ยวซื้อข้าวให้ผู้อื่นไม่ได้ โจทก์ต้องทำงานอย่างลูกจ้างทุกประการ เว้นแต่รายได้ของโจทก์นั้นบริษัทไม่ได้จ่ายให้เป็นเงินเดือน หากจ่ายให้ตามจำนวนงานการที่ทำให้บริษัทได้มากหรือน้อยเป็นรายกระสอบ ๆ ละ ๑.๐๙ บาท กิจการที่โจทก์ไปหาซื้อข้าวเอามาอยู่ในบังคับบัญชาของหัวหน้าแผนกข้าวและผู้จัดการบริษัท จึงไม่ใช่เป็นการประกอบการค้าเป็นส่วนของตนเอง

ส่วนโต๊ะเก้าอี้และเครื่องใช้ในการทำงานที่โจทก์ใช้ทำงานก็เป็นของบริษัท โจทก์ทำงานในห้องเดียวกับผู้จัดการและพนักงานอื่นของบริษัท โจทก์จึงไม่มีสถานที่ประกอบการค้าของตนเองโจทก์ก็ไม่มีหน้าที่จะต้องเสียภาษีการค้าตามมาตรา ๗๙ ส่วนเงินได้ ๑.๐๙ บาทที่ผู้ขายจ่ายให้นั้นโจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่าเป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อกันมาช้านานแล้วว่า พ่อค้าผู้ขายข้าวสารจะต้องจ่ายให้ผู้ซื้อทุกกระสอบ +

อนึ่งโจทก์ต้องทำงานอยู่ในกรอบบังคับบัญชาของหัวหน้าแผนกและผู้จัดการบริษัท จะไปทำงานที่อื่นไม่ได้ มิฉะนั้นจะต้องถูกออกจากงาน โจทก์ไม่มีอิสระจะไปทำงานอย่างเดียวกันนี้ให้ผู้ใดอีกโจทก์ไม่มีสถานการค้า จึงมิใช่เป็นผู้ประกอบการค้าเป็นนายหน้าหรือตัวแทนบริษัท อันมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนการค้า หรือเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๑ และ ๗๙ แต่อย่างใดไม่ ในส่วนค่าตอบแทนแรงงานที่โจทก์ได้รับ บริษัทไม่ได้คิดให้เป็นเงินเดือน แต่คิดเงินให้เป็นค่าตอบแทนตามจำนวนงานการที่โจทก์ทำสำเร็จนั้น หาใช่ว่าจะต้องเป็นนายหน้าหรือตัวแทนเสมอไปไม่ อย่างไรก็ดี เงินได้ที่โจทก์ได้รับเป็นค่า + ตอบแทนที่ ก็เป็นเงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๐(๑) (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.๒๔๙๖ มาตรา ๑๕ และโจทก์ได้เสียภาษีเงินได้ในเงินประเภทนี้แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแพ่ง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ห้วน ประชาบาล · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเสลา หัมพานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้