คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์ บิดาโจทก์ตายที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์ เมื่อประมาณ 3 เดือนมานี้ จำเลยเอาที่พิพาทไปแบ่งปันให้พวกพ้องของจำเลยโดยไม่มีอำนาจ จึงขอให้แสดงว่าโจทก์เป็นทายาทผู้รับมรดก ถ้าจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้ผู้อื่น ก็ขอให้ทำลายเอกสารนั้นเสีย และห้ามจำเลยกับพวกเกี่ยวข้องกับที่พิพาทจำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนทำลายหนังสือที่จำเลยตกลงแบ่งนาพิพาทกับนางสาวสุ่น ฯลฯจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าโจทก์เป็นทายาทโดยธรรม เป็นผู้รับมรดกของบิดา และว่าถ้าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้อื่นแล้ว ก็ขอให้ทำลายเอกสารเสียด้วย แต่โจทก์หาได้ฟ้องผู้รับโอนที่ดินรายนี้จากจำเลย เป็นจำเลยด้วยไม่ จึงไม่ชอบที่จะพิพากษาเลยไปถึงบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้เป็นคู่ความ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ว่า โจทก์เป็นทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายฮ่องกาวตามที่โจทก์ขอมา ส่วนที่ขอว่าถ้าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้อื่น ขอให้ทำลายเอกสารเสียด้วยนั้น โจทก์ไม่ได้ฟ้องผู้รับโอนด้วย จึงไม่บังคับให้ตามที่ขอมา