Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4370/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจับกุมกับการสอบสวนเป็นคนละขั้นตอนกันการจับกุมที่ไม่ชอบนั้นไม่มีกฎหมายบทใดบัญญัติให้มีผลกระทบไปถึงการสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรืออำนาจฟ้องของโจทก์ ดังนั้น ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าการจับกุมจำเลยในคดีนี้จะเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลคดีได้ โจทก์มีประจักษ์พยานสองปากเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเบิกความยืนยันว่า เห็นจำเลยทั้งสองกำลังนั่งนับเมทแอมเฟตามีนอยู่ โดยไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์รู้จักจำเลยทั้งสองมาก่อน มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์อย่างไรในการแกล้งกล่าวหาให้จำเลยได้รับโทษในคดีนี้ จึงไม่มีข้อระแวงว่าพยานโจทก์จะสร้างหลักฐานขึ้นมาเบิกความปรักปรำจำเลยทั้งสอง ทั้งไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปหาเมทแอมเฟตามีนมาถึง 29 เม็ด ซึ่งมีราคานับพันบาทมากลั่นแกล้งจำเลยทั้งสองขณะเกิดเหตุและก่อนเกิดเหตุก็ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นอยู่ภายในที่เกิดเหตุด้วย หลังเกิดเหตุพยานโจทก์ก็แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบเพื่อไปรับตัวจำเลยทั้งสองและของกลางทันทีโดยมีพันตำรวจตรี น. และนายดาบตำรวจ ว. เบิกความสนับสนุนพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 29 เม็ด หนัก2.60 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66, 67, 102 ริบของกลางจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 มิได้ให้การ ถือว่าจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุกคนละ 2 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยทั้งสองหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้วคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นข้อแรกว่าการจับกุมจำเลยทั้งสองเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การจับกุมกับการสอบสวนเป็นคนละขั้นตอนกัน การจับกุมที่ไม่ชอบนั้นไม่มีกฎหมายบทใดบัญญัติให้มีผลกระทบไปถึงการสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรืออำนาจฟ้องของโจทก์ ดังนั้น ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าการจับกุมจำเลยทั้งสองในคดีนี้เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลคดี ปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยชอบแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นเดียวกันปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้โจทก์มีนายสุทัดและนายสมเกียรติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างฯที่เกิดเหตุเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า

เมื่อเข้าไปภายในห้องน้ำที่เกิดเหตุแล้ว เห็นจำเลยทั้งสองนั่งยอง ๆ อยู่กับพื้นห้องน้ำหันหน้าเข้าหากัน จำเลยที่ 1 กำลังเทเมทแอมเฟตามีนออกจากถุงพลาสติกลงบนกระดาษตะกั่วซองบุหรี่ โดยจำเลยที่ 2 ใช้นิ้วเกลี่ยนับเม็ดยาอยู่ เห็นว่า ทั้งนายสุทัดและนายสมเกียรติต่างไม่เคยรู้จักจำเลยทั้งสองมาก่อน และไม่ปรากฏว่านายสุทัดและนายสมเกียรติมีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์อย่างไรในการแกล้งกล่าวหาให้จำเลยทั้งสองได้รับโทษในคดีนี้ ในเบื้องต้นจึงไม่มีข้อควรระแวงว่านายสุทัดและนายสมเกียรติจะสร้างหลักฐานขึ้นและมาเบิกความปรักปรำจำเลยทั้งสอง ทั้งไม่มีเหตุผลอะไรที่นายสุทัดและนายสมเกียรติจะต้องไปหาเมทแอมเฟตามีนมาถึง 29 เม็ด ซึ่งมีราคานับพันบาทมากลั่นแกล้งจำเลยทั้งสอง

ขณะเกิดเหตุและก่อนเกิดเหตุก็ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นอยู่ภายในห้องน้ำที่เกิดเหตุอีกด้วย หลังเกิดเหตุนายสุทัดและนายสมเกียรติก็แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบและไปรับตัวจำเลยทั้งสองและของกลางทันที โดยโจทก์มีพันตำรวจตรีนันทรังสรรค์และนายดาบตำรวจวันชัย ลอองจันทร์ มาเบิกความสนับสนุนพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวมีน้ำหนักมั่นคง รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษ

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า นายสุทัดและนายสมเกียรติหาเหตุกลั่นแกล้งจำเลยทั้งสองนั้นก็ไม่ปรากฏว่านายสุทัดและนายสมเกียรติจะกลั่นแกล้งจำเลยทั้งสองเพื่ออะไร ส่วนที่นางมะลิวัลย์ อันผันพยานจำเลยซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ดูแลโต๊ะสนุกเกอร์ติดกับห้องน้ำที่เกิดเหตุเบิกความว่า เคยเห็นนายสุทัดและนายสมเกียรติตบตีนักเรียนที่เกเรก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเป็นนักเรียนที่เกเรแต่อย่างใด ที่นางมะลิวัลย์เบิกความว่าเคยมีนักเรียนถูกนายสุทัดและนายสมเกียรติแกล้งจับกุมข้อหามีเมทแอมเฟตามีนและเรียกร้องเงินตอบแทนเพื่อจะปล่อยตัวนั้นตามคำเบิกความของจำเลยทั้งสองก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองถูกนายสุทัดและนายสมเกียรติเรียกร้องเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดด้วยข้ออ้างของจำเลยทั้งสองจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง

ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นที่จำเลยทั้งสองฎีกาอีกข้อหนึ่งขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้นเห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองอายุ 19 ปีเศษ ยังเป็นผู้เยาว์และเป็นนักศึกษา เมทแอมเฟตามีนของกลางก็มีจำนวนไม่มากนักเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนตามพฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุสมควรให้โอกาสแก่จำเลยทั้งสองในการกลับตนเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษจำคุกไว้ได้ แต่ให้ลงโทษปรับและกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติจำเลยทั้งสองด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้วให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 10,000บาท ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติจำเลยทั้งสองว่า ให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติประจำศาลอาญาธนบุรีมีกำหนดสองเดือนต่อครั้งเป็นเวลา 1 ปี และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภทตลอดระยะเวลาที่รอการลงโทษ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้