Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้แทนรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมตำรวจ เมื่ออธิบดีกรมตำรวจได้ออกคำสั่งกำหนดสายงานของกรมตำรวจและมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้รองอธิบดีและผู้ช่วยอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดี การปฏิบัติราชการของผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจภายในกรอบอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ มีผลเท่ากับเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของอธิบดีกรมตำรวจ การที่ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจในฐานะดังกล่าวรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ที่จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2521 ถือได้ว่ากรมตำรวจโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันดังกล่าวโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2523 คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพันตำรวจโทบรรลือกระทำการโดยประมาทไม่ปฏิบัติตามระเบียบของราชการ ทำให้แร่ซีไรท์ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจำเลยกับพันตำรวจโทบรรลือ ถูกคนร้ายลักไป ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกรมในรัฐบาลเสียหายพันตำรวจโทบรรลือยอมชดใช้ค่าเสียหายกึ่งหนึ่งไปแล้วขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินค่าแร่ที่เหลือพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแร่ซีไรท์ที่พิพาทไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย และคดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลมีอธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้แทนรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมตำรวจโจทก์

ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73, 75 ประกอบด้วยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 32 วรรคสอง และอธิบดีกรมตรวจได้ออกคำสั่งกรมตำรวจที่ 1690/2519 กำหนดสายงานของกรมตำรวจโดยจัดแบ่งสายงานออกเป็น 3 ฝ่าย เพื่อมอบหมายอำนาจของอธิบดี ให้รองอธิบดีและผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจปฏิบัติราชการแทนสายงาน 3 ฝ่ายดังกล่าวคือ 1. ฝ่ายกิจการพิเศษ 2. ฝ่ายบริหาร 3. ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ลักษณะงานฝ่ายบริหารได้แก่งานกำลังพล วินัย ฯลฯ ของกรมตำรวจตามเอกสารหมาย ป.จ.1 สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าวกรมตำรวจได้ออกคำสั่งที่ 1691/2519 มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้รองอธิบดีและผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ

คือ ข้อ 2 ให้พลตำรวจโทสุพล จุลละพราหมณ์ รองอธิบดีกรมตำรวจรับผิดชอบงานฝ่ายบริหาร มีพลตำรวจโทถวิล จันทสีหราช ผู้รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้ช่วยตามเอกสารหมาย ป.จ.2 เห็นว่า การปฏิบัติราชการของพลตำรวจโทถวิล จันทสีหราช ภายในกรอบอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ มีผลเท่ากับเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของอธิบดีกรมตำรวจและเห็นว่าการที่พลตำรวจโทถวิล จันทสีหราชในฐานะผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจทำหนังสือที่ 0503 (พ)/14295 ลงวันที่ 13 กันยายน 2521 สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธร 3 แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพิจารณาดำเนินการทางแพ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ดังกล่าวข้างต้นเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 1691/2519 เป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจมีผลถือว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2521 และเห็นว่าการรู้ถึงการละเมิดดังกล่าวกับการฟ้องคดีนั้นเป็นขั้นตอนคนละขั้นตอนกัน

คือเมื่อโจทก์ทราบถึงตัวผู้ทำละเมิดอันก่อให้เกิดความเสียหายแล้ว โจทก์อาจไม่ฟ้องหรือฟ้องผู้ทำละเมิดให้รับผิดก็ได้ซึ่งการฟ้องคดีนี้เป็นอำนาจเฉพาะตัวของโจทก์จริงดังโจทก์ฎีกา แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2523 อันเป็นเวลาเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยดังวินิจฉัยแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้