Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายของ บ.พฤติการณ์ที่ บ.ได้อุปการะเลี้ยงดูกับให้การศึกษาเล่าเรียนแก่โจทก์ ถือได้ว่า บ.ได้รับรองและแสดงออกว่าโจทก์เป็นบุตรของ บ. โจทก์จึงเป็นทายาทโดยธรรม มีสิทธิรับมรดกแทนที่ บ. โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกโดยกล่าวว่าโจทก์เป็นบุตรของ บ. มีสิทธิรับมรดกแทนที่ บ. ศาลกะประเด็นไว้ว่าโจทก์เป็นบุตรของ บ.หรือไม่ เมื่อพิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นบุตรของ บ. ที่ บ. รับรองแล้ว ศาลมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกแทนที่ บ.ได้ ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น แม้โจทก์จะฟ้องคดีมรดกเกินกำหนดอายุความ 1 ปี แต่โจทก์นำสืบให้เห็นได้ว่า ก่อนโจทก์จะฟ้องจำเลย จำเลยยังคงยอมให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งมรดกรายนี้ เป็นแต่เกี่ยงว่ายังไม่พร้อมที่จะเอาชื่อโจทก์ใส่ในโฉนดที่ดินรายพิพาทเท่านั้น ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ ไม่จำเป็นต้องทำบันทึกเป็นหลักฐานเพียงแต่โจทก์นำสืบให้เห็นพฤติการณ์ว่าจำเลยตกลงยินยอมให้โจทก์ได้รับ ส่วนแบ่งมรดกรายนี้ ก็เพียงพอให้ถือว่าจำเลยได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ (อ้างฎีกาที่ 244/2511)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่าโจทก์เป็นบุตรของนายบุญชู ศิริวงษ์ นายบุญชู ศิริวงษ์ และจำเลยทั้งห้าเป็นบุตรนางแปง ศิริวงษ์ เจ้ามรดก นางแปง ศิริวงษ์ ถึงแก่กรรมแล้ว มีทรัพย์มรดกคือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตกได้แก่โจทก์ผู้รับมรดกแทนที่นายบุญชู ศิริวงษ์ ๑ ใน ๖ ส่วน จำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกรายนี้ โจทก์ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนรับโอนมรดกร่วมกันและแบ่งกันตามส่วน จำเลยรับว่าจะไปจดทะเบียนแบ่งให้ แต่ของให้รอไปก่อนเพราะบางคนยังไม่พร้อม แต่ต่อมาจำเลยที่ ๑ บ่ายเบี่ยงแล้วจำเลยที่ ๑ ไปขอจดทะเบียนรับโอนมรดกต่อเจ้าพนักงานที่ดิน โดยไม่ได้ลงชื่อโจทก์ร่วมด้วยขอบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งทรัพย์มรดกดังกล่าว ๑ ใน ๖ ส่วนให้โจทก์

จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ให้การว่าโจทก์ไม่ได้เป็นบุตรที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายบุญชู ศิริวงษ์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การรับตามฟ้องของโจทก์ เว้นแต่บ้านเลขที่ ๑๑ ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว เป็นของจำเลยที่ ๒ ไม่ใช่มรดกของนางแปง ศิริวงษ์ ชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกะประเด็นหน้าที่นำสืบ ๒ ประเด็น คือ ๑. โจทก์เป็นบุตรนายบุญชู ศิริวงษ์ หรือไม่ ๒. อายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายบุญชูบิดาได้รับรองแล้ว โจทก์จึงเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายบุญชู มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายบุญชู มรดกดังกล่าวจำเลยทุกคนมิได้ครอบครองแทนโจทก์ แต่จำเลยได้เคยตกลงยอมแบ่งมรดกให้โจทก์แม้โจทก์จะมิได้ครอบครองและฟ้องขอแบ่งหลังจากรู้ถึงความตายของนางแปงเจ้ามรดกเกิน ๑ ปีก็ดี

จำเลยก็ไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นยันโจทก์ได้ เพราะถือว่าจำเลยได้ละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๒ พิพากษาให้จำเลยทั้งห้าไปจดทะเบียนแบ่งมรดกให้โจทก์ ๑ ใน ๖ ส่วน จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นบุตรนายบุญชู และพฤติการณ์ที่โจทก์นำสืบว่านายบุญชูได้ให้อุปการะเลี้ยงดู กับให้การศึกษาเล่าเรียนแก่โจทก์นั้นถือได้ว่านายบุญชูได้รับรองและแสดงออกว่าโจทก์เป็นบุตรของตน โจทก์จึงเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกแทนที่นายบุญชู ที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นกะประเด็นนำสืบไว้ว่าโจทก์เป็นบุตรนายบุญชูหรือไม่ ศาลจะวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายบุญชูด้วยไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้กะไว้นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกโดยกล่าวว่าโจทก์เป็นบุตรนายบุญชูมีสิทธิรับมรดกแทนที่นายบุญชู เมื่อพิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นบุตรนายบุญชูดังกล่าว

ศาลมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายบุญชูได้ ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น แม้โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกำหนด ๑ ปีก็ดี แต่โจทก์นำสืบให้เห็นได้ว่าก่อนโจทก์จะฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ยังคงยอมให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งมรดกรายนี้เป็นแต่เกี่ยงว่ายังไม่พร้อมที่จะเอาชื่อโจทก์ใส่ในโฉนดที่ดินรายพิพาท เท่านั้น เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสามดังกล่าวได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์มาตรา ๑๙๒ ที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกาว่า การละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความจะต้องแสดงออกโดยชัดแจ้งว่ายินดีแบ่งให้โดยมีกรมการอำเภอบันทึกถ้อยคำโจทก์ จำเลยไว้เป็นหลักฐานนั้นเห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำบันทึกเป็นหลักฐาน เพียงแต่โจทก์สืบให้เห็นพฤติการณ์ว่าจำเลยตกลงยินยอมให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งมรดกรายนี้ ก็เพียงพอให้ถือว่าจำเลยได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามนัยฎีกาที่ ๒๔๔/๒๕๑๐

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ธวัช สิทธิชัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายณรงค์ ตันติเตมิท
ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้