Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4356/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้ดำเนินการตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลสั่งให้นัดพร้อม ในวันนัดพร้อมโจทก์ จำเลย ทนายโจทก์ ทนายจำเลยมาศาล โจทก์ได้ตกลงกับจำเลยในศาลมีข้อความว่า โจทก์จำเลยไม่อาจบังคับตามข้อ 2 ของสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้บังคับตามข้อ 1 แทน ศาลได้บันทึกข้อความดังกล่าวไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้ว ดังนี้เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่จะตกลงกันเองตามความสมัครใจว่าจะบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเพียงใดหรือไม่ โจทก์กับจำเลยอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้โดยไม่ถือว่าเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยจะอ้างว่าข้อตกลงกันใหม่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความ และไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่หาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ ต่อมาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลโดยจำเลยยอมออกจากที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1663 ภายในกำหนดเวลา3 เดือนนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือมิฉะนั้นจำเลยจะดำเนินการให้โจทก์ได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินของโจทก์ดังกล่าวกับที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 50 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัดจำเลยยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที ปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ถึงข้อ 3ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว หลังจากนั้นมีการรังวัดแบ่งแยกที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 50 ออกเป็นที่ดิน 2 แปลง คือที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 2289 และ 2290

จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนแลกเปลี่ยนที่ดินของโจทก์ตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 1663 กับที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 2290

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อมระหว่างโจทก์กับจำเลย ในวันนัดพร้อมโจทก์จำเลยมาศาลและตกลงกันใหม่โดยให้ยกเลิกการบังคับชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 2 ที่ว่า จำเลยจะดำเนินการให้โจทก์ได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1663 กับที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 50ซึ่งต่อมาได้แบ่งแยกออกเป็นที่ดิน 2 แปลง คือที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 2289 และ 2290 นั้นเสีย โดยให้บังคับชำระหนี้ได้เฉพาะตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ที่ว่าจำเลยยอมออกจากที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1663 ภายในกำหนดเวลา 3 เดือนนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ปรากฏตามข้อตกลงกันที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2530 ครั้นวันที่2 ธันวาคม 2530 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเรียกโจทก์มาศาลเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 2 โดยอ้างว่าข้อตกลงใหม่ระหว่างโจทก์กับจำเลยตามที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้นั้นไม่มีผลเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้อตกลงตามที่บันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2530 เป็นข้อตกลงของคู่ความทั้งสองฝ่ายซึ่งได้ลงลายมือชื่อรับรองไว้ จึงไม่มีเหตุที่จะเรียกโจทก์มาให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่จำเลยฎีกาว่าข้อตกลงกันใหม่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความ และจำเลยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงกันใหม่นั้น เห็นว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2530ซึ่งเป็นวันที่ศาลชั้นต้นนัดพร้อมระหว่างโจทก์กับจำเลยตามคำร้องของจำเลยนั้น โจทก์ จำเลย ทนายโจทก์กับทนายจำเลยมาศาล โจทก์ได้ตกลงกับจำเลยในศาลมีข้อความว่า โจทก์จำเลยไม่อาจบังคับตามข้อ 2ของสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 29 มิถุนายน 2530 จึงให้บังคับตามข้อ 1 แทน ศาลชั้นต้นได้บันทึกข้อความดังกล่าวไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2530 และท้ายรายงานกระบวนพิจารณามีตัวโจทก์กับตัวจำเลยลงลายมือชื่อรับรองไว้ ส่วนทนายโจทก์กับทนายจำเลยได้ออกจากห้องพิจารณาก่อนที่จะมีการอ่านรายงานกระบวนพิจารณา

เห็นได้ว่าขณะที่โจทก์กับจำเลยตกลงกันเช่นนั้นตัวจำเลยกับทนายจำเลยมีอำนาจใช้ดุลพินิจไตร่ตรองได้เต็มที่ว่าข้อความที่จะตกลงกับโจทก์นั้นเหมาะสมแล้วหรือไม่ ถ้าหากเห็นว่าเสียเปรียบหรือไม่สมควร จำเลยกับทนายจำเลยก็มีอำนาจที่จะไม่ยอมตกลงและต่อรองได้ทั้งเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่จะตกลงกันเองตามความสมัครใจว่าจะบังคับกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเพียงใดหรือไม่ จึงอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้โดยไม่ถือว่าเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อจำเลยกับทนายจำเลยได้ใช้ดุลพินิจไตร่ตรองข้อความที่จะตกลงกันโดยตลอดแล้ว จำเลยจึงตกลงกับโจทก์ตามข้อความที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้เช่นนี้ จำเลยจะอ้างว่าข้อตกลงกันใหม่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความและจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงกันใหม่หาได้ไม่ กรณีไม่มีเหตุที่จะเรียกโจทก์มาเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำร้องของจำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้