Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4351/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้นั้น แม้จะออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม ก็มิใช่เป็นกฎหมายที่ศาลจะรู้เองได้ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารจะต้องนำสืบ เมื่อโจทก์มิได้นำสืบถึงประกาศดังกล่าวโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยเงินกู้จากจำเลยผู้กู้ในอัตราร้อยละ16.5 ต่อปี โดยอาศัยประกาศนั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๓๙๕,๒๕๐ บาท ยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปี และได้จำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันเงินกู้ดังกล่าว จำเลยไม่ชำระดอกเบี้ยและต้นเงินแก่โจทก์ตามสัญญา ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๔๔๔,๑๐๙.๔๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปีในต้นเงิน ๓๘๘,๒๙๖.๖๔ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินจำนวน ๓๘๘,๒๙๖.๖๔ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีในต้นเงิน ๓๙๒,๔๗๓.๔๙ บาทนับแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๒๖ ถึงวันชำระเสร็จ หักด้วยดอกเบี้ยที่จำเลยชำระให้โจทก์แล้วจำนวน ๙๔,๔๔๖.๖๔ บาท แก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสัญญากู้เงินระบุว่าผู้กู้ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปีตามประเพณีของธนาคาร แต่ศาลล่างทั้งสองคิดให้ร้อยละ ๑๕ ต่อปี โจทก์ฎีกาว่าได้มีประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๒๖ กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ไม่เกินอัตราร้อยละ ๑๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ ประกาศดังกล่าวเป็นกฎหมายศาลรู้เองโจทก์ไม่ต้องนำสืบ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวแม้จะออกมาโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม ก็มิใช่เป็นกฎหมายที่ศาลจะรับรู้ได้เอง ถือได้แต่เพียงเป็นประกาศที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ เมื่อโจทก์มิได้นำสืบถึงประกาศดังกล่าวโจทก์จะอ้างว่าโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปีโดยอาศัยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวหาได้ไม่ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · ประเสริฐ บุญศรี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปรีชา เกษมสวัสดิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้