Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4350/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีว่า ที่ดินพิพาทเป็นของ ห. บิดาจำเลยที่ 1 เมื่อ ห. ถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกได้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งได้ครอบครองมาตั้งแต่ปี2524 ดังนี้ ตามคำให้การจำเลยที่ 1 เป็นการอ้างว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอยู่แล้ว กรณีหาใช่การแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 ไม่ เพราะการแย่งการครอบครองจะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยบิดาชื่อนายหอม สพสิงห์ มารดาชื่อนางสี สพสิงห์ บิดามารดามีบุตรด้วยกันรวม 6 คนนายหอมถึงแก่ความตาย มีที่ดินเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 ปรากฏว่าก่อนนายหอมตาย จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันเขียนและปลอมลายมือชื่อของนายหอมจัดทำพินัยกรรมขึ้น 1 ฉบับ มีข้อความระบุยกที่ดินมรดกดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว จากนั้นจำเลยที่ 1 คบคิดกับจำเลยที่ 2 จดทะเบียนขายที่ดินมรดกแปลงนี้ให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 120,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริง การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นการเบียดบังทรัพย์มรดกเป็นของตนเองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งสองบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองโอนทรัพย์มรดกนั้นคืนแก่โจทก์ทั้งสองและทายาทตามกฎหมายของผู้ตาย แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย

ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 5 มกราคม2521 ของนายหอม สพสิงห์ เป็นพินัยกรรมปลอม ให้กำจัดจำเลยที่ 1 มิให้รับมรดกของนายหอม ให้แบ่งที่ดินมรดกแก่ทายาทของนายหอม เว้นแต่จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกกำจัดมิให้รับมรดกและการซื้อขายและโอนทะเบียนที่ดินดังกล่าวระหว่างจำเลยทั้งสองเป็นโมฆะให้เพิกถอน น.ส.3 ก. เลขที่ 3926 กับให้จำเลยที่ 2 และบริวารออกจากที่ดินมรดกของนายหอมจำเลยที่ 1 ให้การว่า นายหอมทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว

โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์มรดกเกินกว่า 1 ปี นับแต่นายหอมถึงแก่ความตาย และฟ้องเกินกว่า 10 ปี นับแต่นายหอมถึงแก่ความตาย และจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อปี 2524 โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 เกิน1 ปีแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ราคาที่ดินที่ซื้อขายกันเหมาะสมและสูงกว่าราคาประเมินของทางราชการเมื่อซื้อที่ดินมาแล้ว จำเลยที่ 2 ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนขายที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองให้จำเลยที่ 2 และบริวารออกจากที่ดินพิพาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกที่ดินคืนภายใน1 ปีนับแต่จำเลยที่ 1 แย่งการครอบครอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีว่า ที่ดินพิพาทเป็นมรดกนายหอมบิดาจำเลยที่ 1 เมื่อนายหอมถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทเป็นมรดกนายหอมตกได้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นทายาทตามพินัยกรรมที่นายหอมทำไว้ จำเลยที่ 1 ได้ครอบครองตั้งแต่ปี 2524 ดังนี้ตามคำให้การจำเลยที่ 1 เป็นการอ้างว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอยู่แล้ว กรณีหาใช่การแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ไม่ เพราะการแย่งการครอบครองจะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครอง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อนี้และวินิจฉัยมาด้วย กับศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนในประเด็นดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ 2 รับซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนทั้งจดทะเบียนโดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีเหตุจะให้เพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 จะให้การในประเด็นนี้ไว้แต่ในชั้นชี้สองสถานเมื่อศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ จำเลยทั้งสองมิได้โต้แย้งคัดค้านถือว่า จำเลยทั้งสองสละประเด็นดังกล่าวแล้ว จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สมชัย สายเชื้อ · วิรักษ์ เอื้ออังกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7742/2554

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบิดายกให้และจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ส่วนผู้ร้องสอดร้องสอดว่า ครอบครองที่ดินพิพาทเพราะบิดายกให้ ผู้ร้องสอดทำประโยชน์ตลอดมาและแบ่งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6784/2553

จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งว่าที่โจทก์อ้างว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามหนังสือขายที่ดินท้ายฟ้องนั้นเป็นเท็จ ส. ไม่เคยสละการครอบครองที่ดินพิพาท ไม่เคยขออาศัยหรือเช่าจากโจทก์ เมื่อ ส. ถึงแก่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7393/2550

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ และ พ. เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ พ. ย่อมไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่จำเลย แม้จำเลยจะรับโอนมาโดยเสียค่าตอบแทนและเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4659/2549

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ โจทก์ส่งมอบการครอบครองให้จำเลยแล้ว จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ดังนี้ ตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยไม่มีปัญหาเรื่องการแย่งการครอบครองเพราะก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8844/2547

จำเลยให้การว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพราะมารดายกให้และจำเลยครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา จึงไม่มีปัญหาเรื่องแย่งการครอบครอง เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่เฉพาะที่ดินเป็นของผู้อื่น เมื่อจำเลยอ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้