Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถในการฟ้องคดีนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 บัญญัติไว้ต่างหากจากบทบัญญัติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องตามมาตรา 179ถึงมาตรา 181 โดยให้เป็นเรื่องที่คู่ความจะขอแก้ไขให้บริบูรณ์ได้ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนศาลมีคำพิพากษา และเมื่อได้ปรากฏความบกพร่องในเรื่องความสามารถขึ้นแล้ว ห้ามมิให้ศาลพิพากษาในประเด็นแห่งคดีจนกว่าข้อบกพร่องนั้นได้แก้ไขโดยบริบูรณ์แล้ว ดังนั้น การแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่อง ความสามารถจึงไม่อยู่ในบังคับว่าจะต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานเหมือนการแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องและคำให้การ โจทก์เป็นหญิงมีสามี ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมของสามี เมื่อโจทก์แสดงหลักฐานว่าโจทก์ได้แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถของโจทก์โดยนำหนังสือยินยอมอนุญาตของสามีให้ดำเนินคดีมาแสดงต่อศาล แม้ภายหลังการชี้สองสถานแล้วก็ตาม โจทก์ก็ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีได้โดยชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามบันทึกของคณะกรมการอำเภอท่าวุ้ง ท้ายฟ้อง เป็นเงิน ๒,๘๐๐บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์จริงแต่ต่อสู้มาในคำให้การข้อหนึ่งว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามี ไม่ได้รับอนุญาตจากสามีให้ฟ้องคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดชี้สองสถาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีมีประเด็นจะต้องนำสืบว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อน ก่อนสืบพยาน โจทก์ยื่นคำร้องว่าได้รับอนุญาตจากสามีให้ฟ้องคดีนี้แล้ว และได้ยื่นหนังสือยินยอมอนุญาตให้ฟ้องคดีของนายชิต โฉมงามพร้อมคำร้อง จำเลยแถลงรับว่า นายชิต โฉมงาม เป็นสามีโจทก์และทำหนังสือยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีจริง แต่คัดค้านว่าโจทก์กล่าวอ้างตลอดมาก่อนชี้สองสถานว่าโจทก์เป็นหม้าย จนศาลชี้สองสถานแล้ว จึงขอแก้ว่าเป็นหญิงมีสามี และส่งหนังสือยินยอมอนุญาตของสามีต่อศาล จำเลยเห็นว่าโจทก์ทำไม่ได้ คดีต้องยกฟ้อง ทั้งสองฝ่ายแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้จะเป็นเวลาภายหลังชี้สองสถานแล้วโจทก์ก็มีสิทธิแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถได้ เมื่อโจทก์มีหนังสือของสามีอนุญาตให้ฟ้องคดีมาแสดง โจทก์ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถในการฟ้องคดีนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖ บัญญัติไว้ต่างหากจากบทบัญญัติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องตามมาตรา ๑๗๙ ถึงมาตรา ๑๘๑ โดยให้เป็นเรื่องที่คู่ความจะขอแก้ไขให้บริบูรณ์ได้ไม่ว่าเวลาใด ๆก่อนศาลมีคำพิพากษา และเมื่อได้ปรากฏความบกพร่องในเรื่องความสามารถขึ้นแล้ว ห้ามมิให้พิพากษาในประเด็นแห่งคดีจนกว่าข้อบกพร่องนั้นได้แก้ไขโดยบริบูรณ์แล้ว การแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถดังกล่าวจึงอาจกระทำได้โดยคู่ความทุกฝ่ายก่อนมีคำพิพากษา และไม่อยู่ในบังคับว่าจะต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันนัดชี้สองสถานเหมือนการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องและคำให้การดังที่จำเลยฎีกา เมื่อโจทก์แสดงหลักฐานว่าโจทก์ได้แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถของโจทก์ โดยทำหนังสือยินยอมอนุญาตของสามีให้ดำเนินคดีมาแสดงต่อศาลแล้ว โจทก์ก็มีอำนาจดำเนินคดีนี้ได้โดยชอบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สงวน สิทธิไชย · สุธรรม วรรณแสง · สนิท บริรักษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายถวิล ตรีเพชร
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้