Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4344/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ย. แต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้ใช้มีดฟันผู้เสียหาย โดยจำเลยแม้จะถือมีดอยู่ในมือก็ไม่ได้ใช้มีดฟันผู้เสียหายด้วย ทั้งการที่ ย. ใช้มีดฟันผู้เสียหายก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด จำเลยมิได้เตรียมมีดติดตัวมาเพื่อใช้เป็นอาวุธ และ ย. ส่งมีดให้จำเลยภายหลังที่จำเลยชก ส. ล้มลงและผู้เสียหายเข้าห้ามแล้วเท่านั้น พฤติการณ์เช่นนี้เห็นได้ว่า จำเลยมิได้ร่วมเป็นตัวการกับ ย. ใช้มีดฟันทำร้ายผู้เสียหาย พยานโจทก์ทั้งสามเป็นประจักษ์พยานซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยกันเบิกความแตกต่างกันในสาระสำคัญย่อมไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ , ๘๐

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๒๙๕ จำคุก ๑ ปี ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดฟันที่หน้าผากและใบหน้าเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหาย นาย ส. และนาง ส. เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทจนเกิดเหตุชุลมุนต่อสู้กันระหว่างกลุ่มของนาย ส. กับกลุ่มของจำเลยขณะกำลังแห่นาควนรอบโบสถ์ จำเลยต่อยนาย ส. ล้มลง ผู้เสียหายเข้าห้ามปรามแยกจำเลยกับนาย ส. ออกจากกัน นาย ย. พวกของจำเลยส่งมีดปลายแหลมให้จำเลย ๑ เล่ม แล้วนาย ย. ใช้มีดปลายแหลมที่ถืออยู่ฟันผู้เสียหายบริเวณใบหน้า ๑ ครั้ง โดยพยานโจทก์ทั้งสามเบิกความยืนยันตรงกันว่า

นาย ย. แต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้ใช้มีดฟันผู้เสียหาย โดยจำเลยแม้จะถือมีดอยู่ในมือก็ไม่ได้ใช้มีดฟันผู้เสียหายด้วย ทั้งการที่นาย ย. ใช้มีดฟันผู้เสียหายก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีทันใดที่จำเลยชกนาย ส. ล้มลงและผู้เสียหายเข้าห้าม จำเลยมิได้เตรียมมีดติดตัวมาเพื่อใช้เป็นอาวุธ เพียงได้ความว่านาย ย. ส่งมีดให้จำเลยภายหลังที่จำเลยชกนาย ส. ล้มลงและผู้เสียหายเข้าห้ามแล้วเท่านั้น พฤติการณ์ลักษณะเช่นนี้เห็นได้ว่า จำเลยมิได้ร่วมเป็นตัวการกับนาย ย. ใช้มีดฟันทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนเหตุการณ์ภายหลังที่ผู้เสียหายถูกนาย ย. ใช้มีดฟันแล้วนั้น แม้ผู้เสียหายจะเบิกความว่า ผู้เสียหายวิ่งหลบหนี นาย ย. กับจำเลยถือมีดตามไล่ฟันเพื่อทำร้ายอีก แต่ผู้เสียหายวิ่งหลบหนีไปได้ แต่คำเบิกความของผู้เสียหายดังกล่าวก็แตกต่างกับคำเบิกความของนาย

ส. และนาง ส. พยานโจทก์ กล่าวคือ นาย ส. เบิกความว่า เมื่อนาย ย. ใช้มีดฟันผู้เสียหายแล้ว จำเลยถือมีดไล่ฟันนาย ก. แต่ฟันไม่ถูก จำเลยก็วิ่งหลบหนีไป ไม่เห็นจำเลยใช้มีดไล่ฟันผู้เสียหายแต่อย่างใด และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เห็นนาย ย. วิ่งไล่ติดตามผู้เสียหายไป ส่วนนาง ส. เบิกความว่า เมื่อนาย ย. ใช้มีดฟันผู้เสียหายที่บริเวณใบหน้า ๑ ครั้งแล้ว ผู้เสียหายวิ่งหนีหลังจากนั้นจำเลยกับนาย ย. ก็วิ่งหลบหนีไป และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า หลังจากนาย ส. ชกต่อยกับจำเลยแล้ว จำเลยถือมีด นาย ส. แยกตัวออกไปโดยจำเลยถือมีดวิ่งไล่ติดตาม แต่นาย ส. ไม่ได้ถูกมีดฟัน การที่พยานโจทก์ทั้งสามเป็นประจักษ์พยานซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยกันเบิกความแตกต่างกันในสาระสำคัญจนไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับนาย

ย. ถือมีดวิ่งติดตามไล่ฟันเพื่อทำร้ายผู้เสียหายอีก จึงไม่อาจบ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยเข้ามีส่วนร่วมเป็นตัวการกับนาย ย. กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · สุวัตร์ สุขเกษม · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายศักดิ์เสถียร สวนสุข
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้