Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4342/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คู่ความท้ากันให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การคิดอายุความฟ้องเรื่องค่าจ้างต้องคิดอายุความตามความเห็นของโจทก์ หรือของจำเลยที่ 1 ถ้าต้องคิดตามความเห็นของโจทก์จำเลยยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์ ถ้าต้องคิดตามความเห็นของจำเลยที่ 1 ให้พิพากษายกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การคิดอายุความจะต้องคิดตามความเห็นของจำเลยที่ 1 จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความเนื่องจากการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์อายุความในการฟ้องร้องได้สะดุดหยุดอยู่ ดังนี้ อุทธรณ์ของโจทก์หาได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 75โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประกอบกิจการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกี่ยวกับโรงงานผลิตเหล็กเส้นมีเตาหลอมเหล็กเส้น เหล็กรีดและในการดำเนินการผลิตเหล็กดังกล่าวมีการดำเนินการผลิตเกี่ยวกับสารเคมีหลายชนิดอีกด้วย จำเลยที่ 2เป็นกรรมการผู้มีอำนาจสูงสุดของจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 มากที่สุด โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองกำหนดให้โจทก์ทุกคนทำงานสัปดาห์ละ48 ชั่วโมง หรือวันละ 8 ชั่วโมง โดยกำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ในวันอาทิตย์ จึงขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การทำงานในอุตสาหกรรมหนักและงานเกี่ยวกับความร้อนและสารเคมี ซึ่งจะต้องให้ทำงานเพียงสัปดาห์ละ 42 ชั่วโมง โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าจึงมีสิทธิได้รับเงินค่าล่วงเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาที่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าทำงานกับจำเลยโดยโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าขอคิดค่าทำงานล่วงเวลาย้อนหลังเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2531ย้อนไปถึงวันที่ 20 เมษายน 2529 เมื่อหักวันหยุดตามประเพณีและวันหยุดประจำสัปดาห์ออกแล้วโจทก์แต่ละคนทำงานล่วงเวลาทั้งสิ้นคนละ 429 ชั่วโมง เมื่ออัตราค่าทำงานล่วงเวลาเท่ากับ 1.5 เท่าของค่าแรงปกติ โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 75 จึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างค้างจ่ายจากจำเลยตามฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายเงินค่าจ้างค้างจ่ายให้แก่โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 75โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางอนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความจำเลยที่ 1 ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนให้การต่อสู้คดีว่าฟ้องของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขดำที่ 754/2532 หมายเลขแดงที่ 4168/2532 ระหว่าง

นายหนู แตงอยู่สุข กับพวก โจทก์ บริษัทจี.เอส.สตีล จำกัด จำเลย และคดีหมายเลขดำที่ 1016-1037/2533หมายเลขแดงที่ 1155-1176/2533 ระหว่าง นายชุบ ใจดี กับพวก โจทก์บริษัท จี.เอส.สตีล จำกัด จำเลย ของศาลแรงงานกลางฟ้องของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าขาดอายุความเพราะเป็นฟ้องเรียกค่าจ้างที่ค้างชำระซึ่งจะต้องฟ้องภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่อาจจะบังคับสิทธิเรียกร้อง เนื่องจากในเดือนหนึ่ง ๆ จำเลยที่ 1 จ่ายค่าจ้างให้โจทก์แต่ละคนในวันที่ 15 และในวันสิ้นเดือน นอกจากนี้ยังปรากฏว่าโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าร่วมกันนัดหยุดงานนับตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2531จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2531 โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าจึงไม่มีสิทธิได้ค่าจ้างในระหว่างการนัดหยุดงาน

อย่างไรก็ตาม จำเลยที่ 1ได้จ่ายค่าจ้างสำหรับการทำงานระหว่าง วันที่ 1 ถึง 18 เมษายน 2531อันเป็นช่วงการทำการสุดท้ายให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าไปเรียบร้อยแล้วโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้ายื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2533คดีโจทก์ทุกคนจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังนี้ข้อ 1. ฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 75 เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ข้อ 2. ฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 75 เป็นฟ้องที่ขาดอายุความแล้วหรือไม่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 4168/2532 และ 1155-1176/2533ของศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีนี้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนและจำเลยที่ 1 ได้ท้ากันขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การนับอายุความฟ้องเรื่องค่าจ้าง2 ปีในคดีนี้จะต้องนับกันอย่างไร โจทก์เห็นว่าจะต้องนับตั้งแต่วันเลิกจ้างคือวันที่ 31 พฤษภาคม 2531 ย้อนขึ้นไปอีก 2 ปี จำเลยเห็นว่าจะต้องนับตั้งแต่วันฟ้องคือวันที่ 23 พฤษภาคม 2533 ย้อนขึ้นไปเป็นเวลา 2 ปี จนถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2531 โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนและจำเลยที่ 1 ท้ากันให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าต้องคิดอายุความตามความเห็นของโจทก์หรือจำเลยที่ 1 ถ้าต้องคิดตามความเห็นของโจทก์ จำเลยยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์แต่ละคนตามคำแถลงของโจทก์ลงวันที่ 8 เมษายน 2534 ถ้าต้องคิดตามความเห็นของจำเลยที่ 1 ให้พิพากษายกฟ้องรายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 8 เมษายน 2534 ของศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

การคิดอายุความจะต้องคิดตามความเห็นของจำเลยที่ 1 จึงพิพากษายกฟ้องตามคำท้า ศาลแรงงานกลางหาได้พิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะฟ้องของโจทก์ขาดอายุความตามที่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนอุทธรณ์แต่อย่างใดไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวนจึงไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบห้าสำนวน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2568

โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 และ 46 ประกอบมาตรา 4 ประกาศกระทรวงการคลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567

การแพ้หรือชนะคดีกันตามคำท้านั้น ผลที่ได้จากเงื่อนไขที่ท้ากันจะต้องชัดเจนตรงกับประเด็นตามคำท้าโดยที่ศาลไม่ต้องตีความผลดังกล่าวให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดอีก เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการถือเอาคำวินิจฉัยของศาลเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308/2563

คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีที่ ส. สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ฟ้องบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยร่วมกันขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้