Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสามกับจำเลยทั้งสามและ น. กับ ส. ต่างเป็นทายาทของเจ้ามรดก จำเลยทั้งสามไปขอรับมรดกที่ดินพิพาทโดยระบุบัญชีหรือเครือญาติของเจ้ามรดกว่ามีเฉพาะจำเลยทั้งสามกับ น. และ ส. โดยไม่ระบุโจทก์ทั้งสามด้วย ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องปิดบังทรัพย์มรดก อันจะเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสามถูกกำจัดมิให้รับทรัพย์มรดกตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1605

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องใจความว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายตาและนางติง ซึ่งอยู่กินเป็นสามีภริยากันก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ต่อมานางติงถึงแก่กรรม นายตาจึงได้แต่งงานกับนางบัวลัย โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จำเลยทั้งสามเป็นบุตรนายตาและนางบัวลัย จำเลยทั้งสามจึงมิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายตา ขณะที่นายตาอยู่กินกับนางติงนั้น นางติงได้รับมรดกเป็นที่ดินปลูกบ้าน ๑ แปลงกับที่นาอีก ๑ แปลง โจทก์ทั้งสามและนายตาได้ครอบครองร่วมกันและแทนกันในที่ดินทั้งสองแปลงนี้ตลอดมาจนนายตามีบุตรกับนางบัวลัยดังกล่าวมาแล้ว ต่อมาเดือนมกราคม ๒๕๒๐ นายตาถึงแก่กรรม โจทก์ที่ ๑ ได้ครอบครองที่นาแทนพวกโจทก์ ส่วนที่จำเลยที่ ๓ ได้อาศัยพวกโจทก์ทำนา

จำเลยทั้งสามได้ไปยื่นเรื่องราวขอโอนรับมรดกที่พิพาททั้งสองแปลงโดยไม่แจ้งชื่อโจทก์ทั้งสามว่าเป็นทายาท ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเป็นสินเดิมของมารดาโจทก์ทั้งสาม จำเลยทั้งสามจึงถูกกำจัดมิให้รับมรดก ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแสดงว่า ที่พิพาททั้งสองแปลงเป็นกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองของโจทก์ทั้งสามและโจทก์ทั้งสามเป็นทายาทโดยธรรมของนายตา ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป

จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่พิพาททั้งสองแปลงเป็นของนายตา มุงคะวงษ์ โดยนายตาได้รับมรดกมาจากบิดามารดา หาใช่สินเดิมของนางติงไม่ จำเลยทั้งสามได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาททั้งสองแปลงตลอดมา โจทก์ทั้งสามหาได้เข้าเกี่ยวข้องไม่ ที่พิพาทดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองของจำเลยทั้งสามและทายาทอื่นอีก จำเลยทั้งสามกับพวกอีก ๒ คนซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนายตาได้ยื่นเรื่องราวขอโอนรับมรดกต่อทางราชการ โจทก์ทั้งสามก็ทราบและไม่คัดค้านทางราชการจึงทำนิติกรรมโอนมรดกให้จำเลยทั้งสามกับพวก โจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิในที่พิพาทดังกล่าว และฟ้องโจทก์ทั้งสามขาดอายุความแล้ว ขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า ที่ดินพิพาท (ที่นา) ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ ๒๘๕ (ทะเบียนเลขที่ ๑๒๕๒) ตำบลดอนนางหง์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นของโจทก์ (ทั้งสาม) ซึ่งเป็นทายาทของนายตา มุงคะวงษ์ ห้ามจำเลย (ทั้งสาม) และบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป นอกจากนี้ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิในที่ดินนาแปลงพิพาทร่วมกับจำเลยทั้งสามและทายาทของนายตา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสามและจำเลยทั้งสามฎีกา คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะที่นาพิพาท ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสามและจำเลยทั้งสามกับนางเนื่องและนายสมพรต่างเป็นทายาทของเจ้ามรดก ฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างครอบครองที่นาพิพาทร่วมกันคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสามถูกกำจัดมิให้รับมรดกที่นาพิพาทหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสามกับพวกไปแจ้งขอรับมรดกของนายตาโดยไม่ได้ระบุบัญชีเครือญาติต่อทางราชการว่า

โจทก์ทั้งสามเป็นทายาทของนายตาด้วย เป็นการปิดบังทรัพย์มรดก จึงถูกกำจัดมิให้รับมรดกที่นาพิพาทนั้น เห็นว่า แม้ในการไปขอรับมรดกดังกล่าวของนายตา ฝ่ายจำเลยจะระบุบัญชีเครือญาติของนายตาเจ้ามรดกว่า มีเฉพาะจำเลยทั้งสามนางเนื่องและนายสมพรโดยไม่ระบุโจทก์ทั้งสามด้วยก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องปิดบังทรัพย์มรดก อันจะเป็นเหตุให้ถูกกำจัดมิให้รับทรัพย์มรดกตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มทตรา ๑๖๐๕ ฎีกาของโจทก์ทั้งสามข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนคร - นายสมศิลป์ โสเจยยะ
ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2630/2567

พฤติการณ์แห่งคดีบ่งชี้ชัดว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนายักย้ายปิดบังที่ดินโฉนดเลขที่ 21914 เนื้อที่ 200 ตารางวา ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่นแล้ว จำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3886/2566

แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.17 โดยแจ้งชัดเป็นสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ แต่โจทก์ทั้งสามก็กล่าวอ้างสภาพแห่งข้อหาตามคำฟ้องว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2565

โจทก์ทั้งสี่บรรยายคําฟ้องและมีคําขอมาในฟ้องให้กําจัดจำเลยมิให้รับมรดกของ ว. เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทน ว. เมื่อ ว. ถึงแก่ความตายที่ดินจึงตกเป็นทรัพย์มรดก โจทก์ทั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2562

จำเลยที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย โดยมีบุตรด้วยกัน 7 คน รวมทั้งโจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 การที่โจทก์ได้รับเงิน 6,000,000 บาท จากผู้ตายโดยเสน่หาในระหว่างเวลาที่ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ หาทำให้ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7706/2548

ม. เจ้ามรดกเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) จึงมีเพียงสิทธิครอบครอง การที่เจ้ามรดกยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 คนละกึ่งหนึ่งและต่างฝ่ายต่างเข้าครอบครองเป็นส่วนสัดตามที่ได…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้