Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4324/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อกฎหมายบังคับให้ทำหนังสือ มิฉะนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ทำสัญญาเช่าซื้อกันวันใดก็มีผลใช้บังคับได้ในวันนั้น ฉะนั้นแม้โจทก์จะได้รับรถยนต์ที่เช่าซื้อมาใช้แล้วเกิดเหตุก่อนวันทำสัญญาเช่าซื้อโจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของรถและยังไม่ใช่ผู้เช่าซื้อในขณะเกิดเหตุ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสื่อมราคาของตัวรถยนต์.กรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความว่า "บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมายเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย" ดังนั้นค่าขาดประโยชน์ในการที่ไม่ได้ใช้รถและค่าเช่ารถผู้อื่นมาใช้ในระหว่างซ่อมรถของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ถือได้ว่าเป็นความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถซึ่งจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมาย จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยจึงต้องรับผิดในค่าเสียหายส่วนนี้ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์รถยนต์บรรทุกยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียนชั่วคราวป้ายแดง ก.ท.00774 โดยโจทก์เช่าซื้อจากบริษัทกมลสุโกศล จำกัด ในราคา 240,190 บาท เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2521 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน จ.0110 นครศรีธรรมราช ซึ่งรับจ้างรับส่งคนโดยสารประจำทางโดยประมาทชนรถโจทก์ขณะจอดชิดขอบถนนด้านซ้ายทำให้รถยนต์และเครื่องยนต์เสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บหลายคนสำหรับรถยนต์ของโจทก์ถูกชนทำให้เสื่อมราคาไม่น้อยกว่า 50,000 บาท บัดนี้ก็ยังซ่อมไม่เสร็จ โจทก์ต้องเช่ารถยนต์บรรทุกของผู้อื่นมาใช้แทนค่าเช่าเดือนละ 9,000 บาทเป็นเวลา 5 เดือนเป็นเงิน 45,000 บาท

หลังจากนั้นโจทก์ซื้อรถยนต์มาใช้งานแทนจนถึงวันก่อนวันฟ้องเป็นเวลา 6 เดือน 24 วัน เป็นเงิน 61,200 บาท ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 156,200 บาท และค่าเสียหายต่อไปอีกวันละ 300 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่ารถยนต์โจทก์จะซ่อมเสร็จ พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า เหตุคดีนี้เกิดเพราะคนขับรถของโจทก์เป็นฝ่ายประมาทเมื่อเกิดเหตุแล้ว บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ได้นำรถยนต์ของโจทก์ไปซ่อมให้ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดอีก ค่าเสื่อมสภาพของรถยนต์โจทก์ไม่เกิน 1,000 บาท

ค่าขาดประโยชน์ไม่เกินวันละ 100 บาท โจทก์ไม่ได้เช่ารถยนต์บุคคลอื่นขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาตจำเลยร่วมให้การว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์และมิได้เป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก.ท. 00774 โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อซ่อมแล้วรถยนต์ของโจทก์ไม่เสื่อมราคาโจทก์ไม่ได้เช่ารถยนต์ผู้อื่นมาใช้ หากเช่าจริงไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท รถยนต์โจทก์สามารถซ่อมเสร็จภายใน 30 วัน จำเลยร่วมชำระค่าซ่อมครบถ้วนแล้ว ความรับผิดของจำเลยร่วมมีเฉพาะค่าซ่อมรถในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ไม่รวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าขาดประโยชน์

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสื่อมสภาพรถยนต์โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาท ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ 44,700 บาท รวมเป็นเงิน 74,700 บาท พร้อมดอกเบี้ย เนื่องจากจำเลยร่วมชำระค่าซ่อมรถยนต์ไปแล้ว 37,608 บาท รับผิดได้อีกเพียง 62,392 บาท จึงให้จำเลยร่วมร่วมรับผิด 62,392 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ จำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ขาดประโยชน์ไม่ได้ใช้รถระหว่างซ่อม 70 วัน เป็นเงิน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ที่เช่าซื้อจากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมนั้นเห็นว่ารถยนต์เกิดเหตุชนกันเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2521 โจทก์เพิ่งทำสัญญากับบริษัทผู้ให้เช่าซื้อเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2521 แม้โจทก์จะได้รับรถยนต์จากผู้ให้เช่าซื้อมาใช้งานก่อน ก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ เพราะสัญญาเช่าซื้อต่างกับสัญญาเช่าธรรมดา หรือสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น ซึ่งอาจสมบูรณ์ได้ในขณะที่ตกลงทำสัญญากัน แต่สัญญาเช่าซื้อกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ฉะนั้นเมื่อทำสัญญากันวันใดก็มีผลใช้บังคับได้ในวันนั้น ไม่มีทางที่จะแปลให้สิทธิของคู่สัญญามีผลย้อนหลังไปถึงวันที่โจทก์รับรถมาจากผู้ให้เช่าซื้อตามที่โจทก์ฎีกาได้

เมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถและยังไม่ใช่ผู้เช่าซื้อในขณะเกิดเหตุ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสื่อมราคาของตัวรถยนต์ที่โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยร่วมต้องรับผิดในค่าเช่ารถและค่าขาดประโยชน์ในการไม่ได้ใช้รถนั้น เห็นว่าตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ป.ล.1 ข้อ 2.3 มีข้อความว่า "บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมายเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ความรับผิดของบริษัทจำกัดไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตาราง" การที่รถโจทก์ถูกรถจำเลยที่ 2 ซึ่งขับโดยจำเลยที่ 1 ลูกจ้างจำเลยที่ 2 ชนเสียหาย

โจทก์ย่อมขาดประโยชน์ในการไม่ได้ใช้รถและต้องเช่ารถผู้อื่นมาใช้ในระหว่างซ่อมรถ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งความเสียหายดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถ ซึ่งจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมาย จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยรถของจำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดในค่าเสียหายส่วนนี้ด้วยพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยฯลฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุทิศ บุญชู · ยนต์ พิรวินิจ · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้