Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 43104)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จับจองที่พิพาทและได้ขอคำรับรองการทำประโยชน์จากนายอำเภอภายในกำหนด 180 วันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 แล้ว แต่นายอำเภองดเสียเองเพราะเหตุนอกเหนือประมวลกฎหมายที่ดินนั้น จะถือว่าที่ดินพิพาทปลอดจากการจับจองเพราะโจทก์มิได้ขอคำรับรองว่าทำประโยชน์แล้วตามมาตรา 7 มิได้แม้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทที่ต้องเวนคืนจะตกมาเป็นของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนแล้วก็ตามแต่เจ้าหน้าที่จะมีสิทธิเข้าครอบครองที่พิพาทนั้นได้ก็ต่อเมื่อได้ใช้หรือได้วางเงินค่าทดแทนแล้ว หากยังไม่ได้ใช้หรือวางเงิน ก็จะอ้างว่าครอบครองได้สิทธิแล้วหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 7 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 10 ป.พ.พ. มาตรา 1375

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 3 สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกันมา โดยโจทก์ฟ้องทำนองเดียวกันว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินริมทางหลวงสายนครราชสีมาปักธงไชย โดยการจับจองตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2495 และได้ทำประโยชน์แล้ว วันที่ 14 กันยายน 2497 โจทก์ขอขึ้นทะเบียนรับรองการทำประโยชน์ นายอำเภอสั่งงดไว้ก่อนเพราะอยู่ในเขตที่จำเลยจะขยายสนามบิน โจทก์ครอบครองต่อมาแล้วมีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลหนองจะบก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2498 แต่ไม่มีรายชื่อโจทก์ในบัญชีเจ้าของที่ดินที่เวนคืน จำเลยตกลงกับโจทก์ไม่ได้ในจำนวนค่าทำขวัญ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2501 จำเลยบุกรุกเข้าปักหลักเขตหวงห้าม จึงขอให้ศาลพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์

ห้ามจำเลยเข้าถือสิทธิในที่พิพาทจำเลยให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ไม่ขอใบรับรองการทำประโยชน์ภายในกำหนดตามประมวลกฎหมายที่ดินจึงไม่มีสิทธิครอบครองจำเลยเจรจาเกี่ยวกับค่าก่นสร้างกับโจทก์โดยหลักศีลธรรม คดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ไม่ขาดอายุความโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแบบ 3 ใบรับรองการทำประโยชน์ภายในอายุใบเหยียบย่ำ แต่นายอำเภอสั่งงดการขึ้นทะเบียนเพราะจำเลยจะทำสนามบินจะว่าโจทก์ไม่ขอใบรับรองเกิน 180 วันตามประมวลกฎหมายที่ดินจึงหมดสิทธิจับจองตามมาตรา 7 ไม่ได้ โจทก์มีสิทธิครอบครองอยู่

โจทก์ฟ้องขอห้ามได้ จึงพิพากษาว่า ที่พิพาทโจทก์เป็นเจ้าของ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ และโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่พิพาทแล้วศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว คดีได้ความดังที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่า โจทก์ได้จับจองที่ดินพิพาทตั้งแต่ พ.ศ. 2495 โดยมีใบเหยียบย่ำและได้ทำประโยชน์แล้วภายในกำหนดใน 2 ปี แต่เมื่อโจทก์ขอใบรับรองการทำประโยชน์ นายอำเภอในครั้งนั้นกลับสั่งงดไม่ขึ้นทะเบียนให้เหตุที่งดก็ไม่ใช่เพราะโจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่ดินโดยถูกต้อง แต่งดเพราะจำเลยจะขยายเขตสนามบิน ต่อจากนั้นก็มีการเจรจาค่าทดแทนกันตลอดมา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มิได้ขาดสิทธิครอบครองที่พิพาทแต่ประการใด จำเลยจะถือว่าที่พิพาทปลอดจากการจับจองเพราะโจทก์มิได้ขอคำรับรองว่าได้ทำประโยชน์แล้วภายใน 180 วันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 หาได้ไม่ เพราะโจทก์ได้ขอคำรับรองไว้โดยชอบแล้ว แต่อำเภองดเสียเองเพราะเหตุนอกเหนือประมวลกฎหมายที่ดิน จำเลยทำคำแถลงในชั้นฎีกาว่า ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนที่พิพาทเมื่อเดือนสิงหาคม 2498 ซึ่งมีผลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 มาตรา 10 ว่า แม้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ต้องเวนคืนจะตกมาเป็นของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่จะมีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ต่อเมื่อได้ใช้เงิน หรือวางเงินค่าทดแทนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินั้นแล้ว

จำเลยเป็นฝ่ายดำเนินการเพื่อเข้าครอบครองที่พิพาทตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนดังกล่าวแล้ว จำเลยจะอ้างได้อย่างไรว่าตนทำละเมิดหรือแย่งการครอบครองที่ดินของเอกชนเช่นโจทก์เหล่านี้ คดีจึงไม่ขาดอายุความศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าที่จำเลยเข้าถากถางปรับที่เป็นการกระทำไปพลางก่อนโดยยังเคารพสิทธิของโจทก์อยู่ จึงเป็นการวินิจฉัยที่ชอบด้วยรูปคดีแล้ว จำเลยจะมีสิทธิเข้าครอบครองที่พิพาทได้ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติการครบถ้วนดังที่มาตรา 10 บัญญัติไว้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 84498)

โจทก์จับจองที่พิพาทและได้ขอคำรับรองการทำประโยชน์จากนายอำเภอภายในกำหนด 180 วันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 แล้ว แต่นายอำเภองดเสียเองเพราะเหตุนอกเหนือประมวลกฎหมายที่ดินน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3685/2562

คดีก่อนที่ ช. ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลยมีประเด็นพิพาทว่าที่ดินพิพาทเป็นของ ช. หรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทมิใช่ของ ช. ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ช. ถึงแก่ความตาย จำเลยขอเข้าเป็นคู่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2558

แม้จำเลยชนะคดีในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะตั้งประเด็นส่วนที่จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นมาในคำแก้อุทธรณ์ได้ ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกขอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้