Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4305/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นสมุห์บัญชีและจำเลยที่ 3 เป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีอำนาจทำคำรับรองเช็คว่าใช้เงินได้ และจำเลยที่ 2 ยังมีอำนาจลงลายมือชื่อในตำแหน่งผู้จัดการของจำเลยที่ 1ได้ด้วย ได้ร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1ลงบนด้านหลังเช็คซึ่งจำเลยที่ 4 เป็นผู้สั่งจ่าย แล้วนำไปแลกเงินจากโจทก์ แม้ตราที่ประทับจะใช้สำหรับกรณีลูกค้าของธนาคารนำเงินเข้าบัญชีหรือถอนเงิน และเป็นการกระทำเกินอำนาจจำเลยที่ 2 ที่ 3ก็ตาม แต่ตามพฤติการณ์และการปฏิบัติของจำเลยทั้งสามทำให้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีมูลเหตุอันควรเชื่อว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 ที่ 3 อยู่ภายในขอบอำนาจที่จะกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้จำเลยที่ 1 จึงร่วมรับผิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นธนาคารพาณิชย์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นพนักงานของจำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งเป็นสมุห์บัญชีและผู้ช่วยสมุห์บัญชี มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน๒๕๒๘ จำเลยที่ ๔ ได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารจำเลยที่ ๑ จำนวนเงิน ๖๕,๐๐๐ บาท โดยมีจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ลงลายมือชื่อสลักหลังเป็นผู้รับอาวัลผู้สั่งจ่าย มาแลกเงินสดจากโจทก์เมื่อเช็คถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการใช้เงิน จำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในต้นเงินตามเช็คและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๖๗,๔๓๗.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินตามเช็คนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ได้เป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ เฉพาะเรื่องออกหนังสือค้ำประกันเท่านั้นมิได้มอบอำนาจการรับอาวัลตั๋วเงิน

จำเลยที่ ๓ ไม่มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ การสลักหลังเช็คตามฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ กระทำในฐานะส่วนตัว จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราในเช็คพิพาท ลายมือดังกล่าวปลอมไม่พูกพันจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ให้การว่า จำเลยที่ ๔ ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ โจทก์ได้เช็คมาโดยไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน ๖๗,๔๑๗.๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๖๕,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ ๑ ลงบนด้านหลังเช็คพิพาทแม้จำเลยที่ ๑ จะไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ทำการอาวัลเช็คได้ แต่ตามเอกสารหมาย จ.๔ หรือ ล.๒ เรื่องการลงลายมือชื่อในนามของจำเลยที่ ๑ ได้ระบุให้อำนาจจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไว้ว่าทำคำรับรองเช็คว่าใช้เงินได้ และระบุให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นพนักงานชั้น ก. ของสำนักงานใหญ่มีอำนาจลงลายมือชื่อในตำแหน่งผู้จัดการสาขานครพนม ได้ด้วย นายประจิต ภัทรพงพันธ์ ผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ เบิกความว่า เอกสารฉบับดังกล่าวนี้ ธนาคารจำเลยที่ ๑ได้ประกาศแจ้งไปยังธนาคารอื่นซึ่งเกี่ยวข้องทราบ และด้านหลังเอกสารนั้นมีรายชื่อกับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ปรากฏอยู่ด้วย

ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ลงลายมือชื่อกับประทับตราของจำเลยที่ ๑ ไว้ด้านหลังเช็คพิพาท แม้ตราที่ประทับจะใช้สำหรับกรณีลูกค้าของธนาคารนำเงินมาเข้าบัญชีหรือถอนเงินจากบัญชี และการกระทำของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จะเป็นการเกินอำนาจก็ตามแต่ตามพฤติการณ์และการปฏิบัติของจำเลยทั้งสามทำให้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีมูลเหตุอันควรเชื่อว่า การกระทำของจำเลยที่ ๒ที่ ๓ อยู่ภายในขอบอำนาจที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จะกระทำการสลักหลังเช็คพิพาทแทนจำเลยที่ ๑ ได้ จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๑และ มาตรา ๘๒๒

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · สวิน อักขรายุธ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครพนม - นางสาวสุรางคนา สถาพรเจริญสุข
ศาลอุทธรณ์ - นายสมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้