Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4276/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88,90การยื่นบัญชีระบุพยานและการส่งสำเนาเอกสารนั้นใช้บังคับเฉพาะการสืบพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้ออ้างข้อเถียงในประเด็นแห่งคดีที่พิพาทไม่ใช้บังคับในการไต่สวนคำร้องที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทในคดี ก่อนฟ้องคดีโจทก์รู้ว่าจำเลยอยู่บ้านเลขที่ 1274/27 ดังนั้นเมื่อส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่บ้านเลขที่ 1274/115อันเป็นสำนักทำการงานของจำเลยไม่ได้โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลย ณ บ้านเลขที่ 1274/27อันเป็นภูมิลำเนาของจำเลย การที่ศาลอนุญาตให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าจำเลยทราบคำฟ้องและวันนัดสืบพยาน กรณีมีเหตุที่จะให้พิจารณาใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาเนื่องจากจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 1274/115ถนนรามอินทรา แขวงจรเข้บัว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ตามฟ้องแต่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 1274/27 ถนนรามอินทราแขวงจรเข้บัว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ทั้งโจทก์ได้ส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง และหมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ตลอดจนแจ้งคำบังคับให้จำเลยทราบโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์และปิดประกาศที่หน้าศาลแพ่ง จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องคดีนี้จนกระทั่งโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่บ้านเลขที่ 1274/27 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2530 จำเลยจึงทราบหากจำเลยมีโอกาสได้ต่อสู้คดีก็อาจจะชนะคดีโจทก์ได้

เนื่องจากจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทในนามของบริษัทสินทรัยพ์ไกรวิทย์ จำกัดจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวทั้งเช็คพิพาททั้งสองฉบับได้สั่งจ่ายให้แก่โจทก์ โดยมิได้มีมูลหนี้อันชอบด้วยกฎหมาย และคดีโจทก์ขาดอายุความโจทก์คัดค้านว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะมิได้คัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล และจำเลยยื่นคำร้องล่วงเลยระยะเวลาตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208บัญญัติไว้ คือ โจทก์ได้ส่งหมายเรียก สำเนาฟ้อง หมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ตลอดจนแจ้งคำบังคับให้จำเลยทราบ โดยวิธีปิดประกาศโฆษณาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำบังคับจึงไม่มีอำนาจขอให้พิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่ได้ตามคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"สำหรับในข้อที่จะวินิจฉัยข้อสองนั้น โจทก์ฎีกาว่า ศาลรับฟังเอกสารหมาย ล.5 ถึง ล.10 ไม่ชอบเพราะจำเลยมิได้ระบุพยานและมิได้ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานอย่างน้อย3 วัน จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่าการยื่นบัญชีระบุพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 และการส่งสำเนาเอกสารตามมาตรา 90 ใช้บังคับเฉพาะการสืบพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้ออ้างข้อเถียงในประเด็นแห่งคดีที่พิพาทเท่านั้น ไม่ใช้บังคับในการไต่สวนคำร้องที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทในคดีหาใช่เป็นดังที่โจทก์ฎีกาไม่ส่วนในข้อสุดท้ายนั้น จากข้อเท็จจริงที่ได้ความมาแล้วว่า จำเลยเป็นผู้จัดการบริษัทสินทรัพย์ไกรวิทย์ จำกัด ซึ่งมีสำนักงานอยู่เลขที่ 1274/115 ถนนรามอินทรา

เขตบางกะปิ และมีบ้านอยู่เลขที่ 1274/27 ถนนและเขตเดียวกัน ฉะนั้น พนักงานเดินหมายอาจส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย ณ บ้านเลขที่ 1274/115อันเป็นสำนักทำการงานของจำเลยหรือที่บ้านเลขที่ 1274/27 อันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74(2) สำหรับที่บ้านเลขที่ 1274/115 อันเป็นสำนักทำการงานของจำเลยนั้นจำเลยมีตัวจำเลยกับนางสาวรัตนา อ่อนพันธุ์ เบิกความว่ามีเคาน์เตอร์ไว้รับหนังสือที่ส่งเข้ามายังบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าวโดยมีเจ้าหน้าที่ประจำทุกวันเว้นวันอาทิตย์เจ้าหน้าที่จะลงบัญชีรับหนังสือไว้ในสมุดรับส่งหนังสือตามเอกสารหมายล.5 และนางสาวรัตนาเบิกความว่า ในวันที่ 7 ตุลาคม 2529 ที่พนักงานเดินหมายอ้างว่าไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องนั้นพยานเป็นคนประจำเคาน์เตอร์ดังกล่าวซึ่งปกติประจำตั้งแต่เวลา 8.00ถึง 17.30 นาฬิกา

ไม่มีพนักงานเดินหมายไปส่งหมายเรียกหรือสำเนาคำฟ้องเลยซึ่งข้อนำสืบเหล่านี้ โจทก์มิได้นำสืบหักล้างอย่างใด แต่นายสมพงษ์ นิธิโสภณ พนักงานเดินหมายเบิกความเป็นพยานโจทก์ตอบทนายจำเลยว่าพยานไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในเรื่องนี้เวลาประมาณ 7 นาฬิกา นอกจากนี้จำเลยเบิกความว่า จำเลยกับโจทก์รู้จักกันมาหลายปี โจทก์เป็นที่ปรึกษาของบริษัทที่จำเลยเป็นผู้จัดการ 2 บริษัท และก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้โจทก์เคยไปบ้านที่จำเลยมีที่อยู่นี้เกี่ยวกับเรื่องคดีนี้และคดีอื่น ซึ่งมีเหตุผลน่าเชื่อที่โจทก์เบิกความว่าไม่รู้จักบ้านจำเลยเป็นการเบิกความลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักคดีจึงฟังได้ว่า ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์รู้ว่าจำเลยอยู่ที่บ้านเลขที่ 1274/27 ด้วย

ฉะนั้นเมื่อโจทก์ทราบว่าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่บ้านเลขที่ 1274/115 ไม่ได้ โจทก์ก็ชอบที่จะแถลงต่อศาลขอให้ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย ณ บ้านเลขที่ 1274/27 ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยได้มิใช่กรณีที่ไม่มีทางอื่นที่จะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยได้อันโจทก์จะมีสิทธิขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีอื่นแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79แต่โจทก์กลับยื่นคำแถลงว่าไม่มีทางอื่นใดที่จะส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย และขอให้ศาลสั่งให้ประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์และศาลได้สั่งให้ตามคำขอเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าจำเลยทราบคำฟ้องของโจทก์และวันนัดสืบพยานการที่จำเลยมิได้ยื่นคำให้การก็ดี มิได้มาศาลในวันสืบพยานก็ดี จึงมิได้เป็นไปโดยจงใจ มีเหตุที่จะให้พิจารณาใหม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้