Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้สำแดงราคาสินค้าไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดในเวลาและสถานที่ซึ่งนำของเข้าเพื่อเสียภาษีถูกต้องแล้ว กรมศุลกากรกับกรมสรรพากรโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงเพื่อเสียภาษีต่ำกว่าราคาที่โจทก์ถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเพื่อเป็นการประเมินเรียกเก็บภาษี ดังนั้นการประเมินราคาสินค้าให้สูงขึ้นกว่าที่จำเลยสำแดงเพื่อเรียกเก็บภาษีเพิ่มของโจทก์จึงไม่ชอบ จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์คืนเงินประกันแก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันชำระเงิน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์คืนเงินประกันแก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ศาลพิพากษา จำเลยไม่อุทธรณ์ ดังนี้ปัญหาว่าโจทก์ต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่จำเลยตั้งแต่เมื่อใด ย่อมไม่เป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 240 ป.รัษฎากร มาตรา 21

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้สั่งและนำสินค้ากระดาษอัดรูปสี ซึ่งมีแหล่งกำเนิดในประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จากเมืองฮ่องกงเข้ามาในราชอาณาจักรโดยสำแดงราคาสินค้า เสียภาษีอากรและนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารนครหลวงไทยไปให้โจทก์ยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันค่าภาษีอากร และรับสินค้าไปแล้วทุกรายการต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ ๑ ได้ทำการตรวจสอบสินค้าและราคาสินค้าตามที่จำเลยสำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าพบว่า จำเลยสำแดงราคาสินค้าไว้ต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดที่โจทก์ที่ ๑ ได้ใช้เทียบเคียงเพื่อเป็นเกณฑ์ในการประเมินเรียกเก็บภาษีอากรแก่ผู้นำเข้า ทำให้การประเมินเรียกเก็บค่าอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลขาดไป

พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ ๑ จึงได้ทำการประเมินราคาสินค้าและเรียกเก็บค่าภาษีอากรของสินค้าดังกล่าวให้ถูกต้อง ตามราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ปรากฏว่าจำเลยจะต้องเสียค่าอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้นอีก เมื่อนำเงินประกันค่าภาษีอากรที่ธนาคารนครหลวงไทยค้ำประกันไว้มาหักออกแล้ว จำนวนเงินค่าภาษีอากรยังขาดอยู่ เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ที่ ๑ ได้แจ้งผลการประเมินให้จำเลยนำเงินค่าภาษีอากรที่ต้องชำระเพิ่มดังกล่าวไปชำระให้โจทก์ที่ ๑ จำเลยได้รับทราบแล้วจำเลยจะต้องนำเงินภาษีอากรไปชำระเพิ่มให้ครบถ้วนภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับทราบแบบแจ้งการประเมิน แต่จำเลยก็มิได้นำเงินภาษีอากรดังกล่าวไปชำระให้โจทก์ที่ ๑ และมิได้อุทธรณ์การประเมินตามกฎหมายจำเลยจึงต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มภาษีอากรตามกฎหมาย ขอให้จำเลยชำระเงินค่าอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล และเงินเพิ่มตามกฎหมาย นับถึงวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยได้สำแดงราคาสินค้าที่ได้ทำการซื้อขายมาจากผู้ขายในต่างประเทศอันเป็นราคาอันแท้จริง ตามที่ปรากฏในบัญชีราคาสินค้า (อินวอยซ์) ซึ่งผู้ขายในต่างประเทศได้จัดส่งมาให้ธนาคารเรียกเก็บเงินค่าสินค้าที่ทำการซื้อขาย เป็นการถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของโจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะทำการประเมินราคาสินค้าของจำเลยให้สูงขึ้นตามความพอใจของโจทก์ การเรียกเก็บอากรเพิ่มขึ้นก็ดี หรือการเรียกเก็บเงินเพิ่มตามฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายการประเมินราคาสินค้าของโจทก์ได้ประเมินราคาสินค้าสูงขึ้นผิดไปจากความเป็นจริงจำเลยได้ยื่นคำอุทธรณ์การประเมินราคาสินค้าของโจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยินยอมรับฟังโจทก์กลับใช้อำนาจบีบบังคับให้ธนาคารนครหลวงไทย

จำกัด ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันการชำระค่าภาษีอากรของจำเลย ทำการชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์และขอให้บังคับให้โจทก์ทั้งสองคืนเงินตามหนังสือค้ำประกันของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้รับเงินจากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด จนกว่าโจทก์ทั้งสองจะชำระเงินให้แก่จำเลยจนเสร็จสิ้น

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า ไม่ใช่ราคาสินค้าอันแท้จริงในท้องตลาดตามความหมายของกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เพราะเป็นราคาที่ผู้ขายในต่างประเทศกำหนดขึ้นเอง การประเมินราคาสินค้าเพื่อเรียกเก็บค่าภาษีอากรของโจทก์ที่ ๑ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์คืนเงินประกันจำนวน ๘๑๕,๐๐๐ บาท แก่จำเลย ส่วนดอกเบี้ยให้โจทก์ชำระแก่จำเลยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน ๘๑๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาเป็นต้นไป

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ราคาสินค้ากระดาษอัดรูปสียี่ห้อชินซังและมิตซูบิชิ ตามที่จำเลยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามความหมายของพระราชบัญญัติศุลกากรหรือไม่ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ในปัญหาดังกล่าวได้ความจากนายสุนสวัสดิ์ธรรมนิตยางกูร เจ้าหน้าที่ประเมินอากร ๔ กองพิธีการและประเมินอากร กรมศุลกากรพยานโจทก์ว่าการประเมินราคาสินค้าพิพาท กระทำโดยเทียบเคียงราคาสินค้าประเภทเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อ และโดยอาศัยราคาสินค้าที่ทางกรมศุลกากรสืบมาโดยติดต่อไปที่กงสุลใหญ่ (ฝ่ายศุลกากร) ณ เมืองฮ่องกง เมื่อได้รับคำตอบจากกงสุลใหญ่(ฝ่ายศุลกากร) ณ

เมืองฮ่องกง ตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ.๙ และ จ.๑๐แล้วกรมศุลกากรก็ได้แจ้งให้ใช้ราคาตามที่ได้รับแจ้งเป็นราคาประเมิน แต่เมื่อได้พิเคราะห์เอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่ากงสุลใหญ่ (ฝ่ายศุลกากร) ณ เมืองฮ่องกงหาได้ทำการสืบราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าพิพาททั้งสองยี่ห้อแต่ประการใดไม่ แต่เป็นการสืบราคาสินค้าจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ โดยไม่ปรากฏแน่ชัดว่าแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้นั้นเป็นที่ใด และมีหลักฐานเพียงใด นอกจากนั้นยังได้ความจากนายสุนสวัสดิ์ต่อไปด้วยว่า จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้นั้นไม่มีสินค้ากระดากษอัดรูปสียี่ห้อชินซังดังเช่นสินค้ารายพิพาท ทางกรมศุลกากรจึงได้ใช้เทียบเคียงกับราคากระดาษอัดรูปสียี่ห้อซากุระซึ่งมีกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น

แม้จะเป็นสินค้าที่ผลิตจากคนละประเทศแต่ก็มีลักษณะสภาพของสินค้าใกล้เคียงกัน โดยลดราคากระดาษอัดรูปสียี่ห้อซากุระลงร้อยละ ๑๐ เพราะสินค้ายี่ห้อชินซังเป็นสินค้าใหม่ และเนื่องจากสินค้าดังกล่าวกำเนิดในประเทศเกาหลี (ใต้) แต่จำเลยซื้อผ่านเมืองฮ่องกง ทางกรมศุลกากรมีระเบียบให้เพิ่มราคาสินค้าอีกร้อยละ ๓ บวกเข้าไปด้วย ส่วนราคากระดาษอัดรูปสียี่ห้อมิตซูบิชิก็ถือตามราคาที่กงสุลใหญ่ (ฝ่ายศุลกากร) ณ เมืองฮ่องกงสืบมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้นั่นเองจากข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้ากระดาษอัดรูปสียี่ห้อชินซังหรือยี่ห้อมิตซูบิชิ ก็ล้วนแต่เป็นราคาสินค้าที่เลื่อนลอยทั้งสิ้น และนอกจากราคาที่สืบหาจะเลื่อนลอยและเป็นคนละเวลากับเวลานำเข้าของสินค้าพิพาทแล้ว

ราคาที่สืบหามาดังกล่าวยังได้ความจากนายสุนสวัสดิ์ต่อไปด้วยว่า ต้องนำราคาที่สืบหามาได้นั้นมาคำนวณเพื่อประเมินตามขนาดของสินค้าพิพาทอีกด้วย โดยถือเอาความกว่างยาวของกระดาษอัดรูปสีขนาด ๓.๕ คือความยาว ๕๗๕ ฟุตเป็นหลัก ส่วนราคาก็เปลี่ยนจากราคาเอฟ.โอ.บี มาเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ. ซึ่งหมายถึงราคาที่รวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยด้วยและใช้การคำนวณพื้นที่ของกระดาษมาเป็นเกณฑ์ประเมิน ดังนั้น เมื่อราคาสินค้าที่โจทก์สืบหามาดังกล่าว ไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดโจทก์จึงไม่ชอบที่จะถือเป็นราคากลางแม้โจทก์จะปฏิบัติต่อผู้นำเข้าทุกรายดังโจทก์อุทธรณ์ก็ตาม นอกจากนี้ยังได้ความจากนายสุนสวัสดิ์พยานโจทก์ทำนองเดียวกับที่จำเลยนำสืบอีกด้วยว่าในการนำสินค้าเข้านั้นจำเลยผู้นำเข้าสินค้าจะต้องยื่นบัญชีราคาสินค้าหรือใบอินวอยซ์ และเอกสารควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินโดยต้องมีราคาสินค้าตรงกันและต้องตรงกับราคาสินค้าในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าและการซื้อขายตามบัญชีราคาสินค้าที่ซื้อขายกับต่างประเทศ

การชำระเงินต้องผ่านธนาคาร และในบัญชีราคาสินค้าจะต้องมีตราของธนาคารที่จ่ายเงินประทับ และได้ความจากนายเสริญ สุนทรชาติ พยานโจทก์อีกด้วยว่าใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าตามเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๖ ของจำเลยมีตราของธนาคารประทับไว้แล้วทุกฉบับ ข้อเท็จจริงเหล่านี้น่าเชื่อได้ว่าราคาสินค้าพิพาทที่จำเลยสำแดงไว้ใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ในเวลาและสถานที่ซึ่งนำของเข้า ส่วนที่โจทก์อ้างมาในอุทธรณ์ว่าราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงดังกล่าวถือไม่ได้ว่าเป็นราคาอันแท้จริง เพราะเป็นราคาที่ผู้ขายและผู้ซื้อตกลงกันตามความพอใจ และราคาก็เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอไม่แน่นอน ไม่อาจตรวจสอบได้ว่าราคาใดเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเมื่อราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงเพื่อเสียภาษีอากรต่ำกว่าราคาที่โจทก์ถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเพื่อเป็นการประเมินเรียกเก็บภาษีอากร

ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงจึงไม่น่าเชื่อถือ โจทก์เองก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นเป็นเช่นนั้น ข้ออ้างตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงเลื่อนลอยรับฟังไม่ได้ที่ศาลภาษีอากรกลางเชื่อว่าราคาสินค้าพิพาทตามที่จำเลยสำแดงเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดมากกว่าราคาที่โจทก์นำมาประเมินและพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยให้โจทก์คืนเงินประกันตามฟ้องแย้งให้แก่จำเลยนั้นชอบด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนปัญหาเรื่องการชำระดอกเบี้ยจากต้นเงิน ๘๑๕,๐๐๐ บาท ว่าโจทก์ต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่จำเลยตั้งแต่เมื่อใดนั้นไม่เป็นประเด็นในชั้นนี้ อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายวิชา มั่นสกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5679/2553

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยแต่เพียงเรื่องอำนาจฟ้อง โดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้ออื่นๆ รวมถึงประเด็นข้อพิพาทในเรื่องรถยนต์พิพาทสูญหายหรือไม่ แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1498/2548

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในเงินค่าซ่อมรถยนต์ที่เช่าซื้อ และจำเลยที่ 1 แก้อุทธรณ์ว่าเงินค่าซ่อมขาดอายุความแล้ว คดีจึงมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ตามคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์และคำแก้อุทธรณ์ของจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7994/2544

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดีจึงต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนอีกฝ่ายหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 161 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2541

จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าได้ครอบครองที่ดินและตึกแถวที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินสิบปีจึงได้กรรมสิทธิ์ แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดย ป.ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3633/2541

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจดทะเบียนลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดที่ดินที่โจทก์กับจำเลยทั้งสามร่วมกันซื้อมา หากไม่อาจปฏิบัติได้ให้ร่วมกันใช้ราคาที่ดินแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้