Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับ ช. รู้จักมักคุ้นกันดี ถึงขึ้นไปเที่ยวและดื่มสุราด้วยกัน ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าต้องรู้การเป็นอยู่ของกันและกันได้ดีว่ามีฐานะอย่างไร กับบ้านที่ ช.พาจำเลยไปซ่อมรถจักรยานยนต์ก็เป็นบ้านร้างกลางทุ่งห่างชุมชน ทั้งรถจักรยานยนต์ที่จำเลยซ่อมมีสภาพใหม่ ไม่ปรากฏร่องรอยบุบสลายให้เห็นว่าต้องมีการซ่อมแซมตัวถัง อะไหล่ที่วางบนพื้นห้องในบ้านร้างล้วนเป็นอะไหล่ประกอบตัวถังมีสภาพเป็นของใช้แล้วทั้งสิ้น ปุถุชนทั่วไปเมื่อเห็นก็จะรู้ทันทีว่าไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องซ่อมแซมอุปกรณ์ตัวถังรถ เชื่อว่าจำเลยรู้ว่ามีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นเกี่ยวกับอะไหล่ที่กำลังเปลี่ยนอยู่นั้น การที่จำเลยเข้ายึดถืออะไหล่รถจักรยานยนต์ดังกล่าวเพื่อนำมาเปลี่ยนใส่รถจักรยานยนต์ตามความประสงค์ของ ช. ถือได้ว่าจำเลย ได้รับไว้ซึ่งอะไหล่รถจักรยานยนต์อันได้มาโดยการกระทำความผิดลักษณะลักทรัพย์ เป็นความผิดฐานรับของโจร

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยทั้งสองกับพวกรวม 6 คน สมคบกันเพื่อลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้อื่นซึ่งเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และความผิดดังกล่าวมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป และจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งอะไหล่รถจักรยานยนต์โดยจำเลยทั้งสองกับพวกรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 210, 357จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี

คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก คนละ 1 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 9 เดือนลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกคนละ 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จ่าสิบตำรวจนิวัฒน์ นกพ่วง จับกุมจำเลยที่ 1ได้พร้อมกับพวกขณะที่จำเลยที่ 1 กับพวกช่วยกันประกอบอะไหล่ตัวถังรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 4 ล - 1383 พร้อมยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวและอะไหล่รถจักรยานยนต์อีก 19 รายการเป็นของกลาง คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจนิวัฒน์ผู้จับกุมเบิกความว่าก่อนเข้าทำการจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าที่บ้านร้างกลางทุ่งมีวัยรุ่นหลายคนมาทำการเปลี่ยนอะไหล่รถจักรยานยนต์ พยานจึงเดินทางไปดูเหตุการณ์ โดยได้เข้าไปแอบฟังการสนทนาของวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็ได้ความว่า

อะไหล่ที่ซื้อมาเปลี่ยนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นอะไหล่ของรถจักรยานยนต์ที่ถูกลักมาจากจังหวัดสมุทรปราการ จ่าสิบตำรวจนิวัฒน์จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม ระหว่างที่ควบคุมตัวจำเลยที่ 1 กับพวกอยู่นั้นได้สอบถามจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 รับว่าอะไหล่รถจักรยานยนต์ที่นำมาประกอบและเปลี่ยนรถจักรยานยนต์คันของกลางนั้นซื้อมาจากจังหวัดสมุทรปราการโดยรู้ว่าเป็นอะไหล่ที่ถูกลักมา ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 คำพยานโจทก์ได้ความดังนี้ เห็นว่าจำเลยที่ 1 กับนายชาตรีหรือเม้งผู้พาจำเลยที่ 1 ไปเปลี่ยนอะไหล่รถจักรยานยนต์ของกลางรู้จักมักคุ้นกันดี ถึงขั้นไปเที่ยวและดื่มสุราด้วยกันย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าต้องรู้ความเป็นอยู่ของกันและกันได้ดีว่ามีฐานะอย่างไร

บ้านที่เป็นที่ซ่อมรถจักรยานยนต์ก็เป็นบ้านร้างกลางทุ่งห่างชุมชน มิใช่บ้านของนายชาตรี รถจักรยานยนต์คันของกลางมีสภาพยังใหม่ ไม่ปรากฏร่องรอยบุบสลายให้เห็นว่าต้องมีการซ่อมแซมตัวถังเพราะตามภาพถ่ายหมาย จ.5 รถจักรยานยนต์คันนี้แม้วงล้อก็ไม่มีรอยขีดข่วนให้เห็นอะไหล่ที่วางอยู่บนพื้นห้องล้วนแต่เป็นอะไหล่ประกอบตัวถังและมีสภาพเป็นของใช้แล้วทั้งสิ้น ไม่ปรากฏว่าอะไหล่เหล่านี้เป็นของใหม่แกะกล่องแต่อย่างใด ปุถุชนโดยทั่วไปเมื่อเห็นสภาพรถจักรยานยนต์คันนี้ก็จะรู้ทันทีว่าไม่มีความจำเป็นอันใดเลยที่จะต้องซ่อมอุปกรณ์ตัวถังรถ เพราะยังมีสภาพใหม่ดังกล่าวมา ข้อเท็จจริงดังวินิจฉัยมานี้น่าเชื่อว่า จำเลยที่ 1 รู้ว่ามีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นเกี่ยวกับอะไหล่รถจักรยานยนต์ที่กำลังร่วมกันเปลี่ยนอยู่นั้น แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังร่วมกับพวกแกะเปลี่ยนอะไหล่เก่าอื่นแก่รถจักรยานยนต์คันของกลาง

เช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกรับไว้โดยประการใดซึ่งอะไหล่รถจักรยานยนต์อันได้มาโดยการกระทำความผิดลักษณะลักทรัพย์อันเป็นการกระทำความผิดตามฟ้อง ที่จำเลยที่ 1 นำสืบต่อสู้คดีมานั้นไม่น่าเชื่อ ไม่อาจรับฟังเพื่อหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์นำสืบกล่าวอ้างเกี่ยวกับจำนวนผู้กระทำความผิดไม่แน่นอนว่ามีกี่คนกันแน่ ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อว่าพยานโจทก์แอบฟังอยู่ห่างไกลที่เกิดเหตุ อาจจะไม่ได้ยินการสนทนาของคนร้ายดังอ้างนั้น เห็นว่า เหตุที่พยานโจทก์ประสบเป็นเหตุกระทันหัน เมื่อประสบเหตุการณ์ก็เห็นมีคนเกิน 2 คนในที่เกิดเหตุ พยานโจทก์จึงประมาณเอาไว้เท่านั้น หาเป็นข้อพิรุธไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า

จ่าสิบตำรวจนิวัฒน์เบิกความว่า ก่อนเข้าทำการจับกุมเห็นจำเลยที่ 1 กับพวกกำลังเปลี่ยนอะไหล่รถจักรยานยนต์กันอยู่ แต่ตามภาพถ่ายหมาย จ.5 กลับไม่ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไหล่อะไรเลย แม้คำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจทก์ปากนายศุภชัย นราพงศ์ก็ไม่อาจยืนยันได้เลยว่ามีการเปลี่ยนอะไหล่อะไรบ้าง จึงเพียงเอาแต่คำรับของจำเลยมารับฟังเท่านั้น เห็นว่าภาพถ่ายหมาย จ.5 เป็นภาพนิ่ง ไม่อาจแสดงลักษณะการเคลื่อนไหวได้ ดังนั้น จึงไม่เป็นพิรุธแต่อย่างใดที่ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการวางชิ้นส่วนอะไหล่ในห้องที่เกิดเหตุ และการที่นายศุภชัยไม่อาจยืนยันได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไหล่อะไรไปบ้างนั้นก็อาจเป็นเพราะอะไหล่รถจักรยานยนต์นั้นมีลักษณะเหมือนกัน

ไม่อาจมองความแตกต่างได้ด้วยสายตาตามปกติได้เท่านั้น หาเป็นข้อพิรุธไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าอะไหล่รถจักรยานยนต์อยู่ในความครอบครองของนายชาตรีหรือเม้งตลอดเวลา มิได้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เพียงช่วยเปลี่ยนให้เท่านั้น จึงหาเป็นความผิดตามฟ้องไม่ เห็นว่า อะไหล่รถจักรยานยนต์ได้นำมาวางไว้ในห้องบ้านร้างมิได้อยู่ในความครอบครองของใครการที่จำเลยที่ 1 เข้ายึดถืออะไหล่รถจักรยานยนต์ที่วางอยู่ในสภาพเช่นนั้นเพื่อนำมาเปลี่ยนใส่รถจักรยานยนต์คันของกลางตามความประสงค์ของนายชาตรีหรือเม้งนั้น ย่อมถือได้แล้วว่าจำเลยที่ 1 รับไว้ซึ่งอะไหล่รถจักรยานยนต์เหล่านั้นด้วย จึงเป็นความผิดตามฟ้อง และที่จำเลยที่ 1 ฎีกาอีกว่า

หากจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดตามฟ้องจริงแล้วจำเลยที่ 1 คงต้องหลบหนีไปแล้ว เหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่หลบหนีก็เพราะไม่ได้ร่วมกระทำความผิดนั้น เห็นว่า เหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่หลบหนีก็อาจเป็นเพราะว่าจำเลยที่ 1 สำนึกต่อความผิดที่ได้กระทำหรืออาจจะเป็นเพราะกลัวจ่าสิบตำรวจนิวัฒน์ยิงก็เป็นได้ เพราะได้ความว่าในตอนเข้าจับกุมนั้น จ่าสิบตำรวจนิวัฒน์ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าถึง 2 นัดด้วย ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจชี้ชัดตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ส่วนที่จำเลยที่ 1 ขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกกระทำความผิดในลักษณะเป็นแก๊ง มีการมอบหมายหน้าที่กันทำแตกต่างกัน ลักษณะความผิดเป็นเรื่องร้ายแรงและอุกอาจ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนในสังคมเป็นส่วนรวม พฤติการณ์เช่นนี้ไม่สมควรรอการลงโทษให้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิบูลย์ มีอาสา · สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้