Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2508 (เลขอ้างอิง 42556)

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นคนใช้ปืนยิงผู้ตาย จำเลยที่ 2,3 มีอาวุธ โดดจากเรือนไปพร้อมจำเลยที่ 1 แสดงว่าจำเลยที่ 2,3 รู้เห็นมีเจตนาร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่1 การที่จำเลยที่ 2,3 มีอาวุธ แสดงว่าจำเลยที่2,3 พร้อมที่จะช่วยจำเลยที่ 1 ได้ทันที เมื่อจำเลยที่ 1 ยิงผู้ตายแล้ว ตอนหนีกลับจำเลยทั้งสามยังหนีกลับมาทางเดียวพร้อมกันอีกจึงนับว่าจำเลยที่ 2,3ได้ร่วมกันกระทำความผิดด้วยกับจำเลยที่ 1 เป็นตัวการฆ่าผู้ตายด้วยกันโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 กับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 กำหนดไว้เท่ากัน การที่จะใช้กฎหมายใหม่ขึ้นบังคับปรับบทก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลยผู้กระทำผิดแต่อย่างใด ศาลจึงต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญาปรับบทลงโทษจำเลย(อ้างฎีกาที่ 1630/2500,1814/2500)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

โจทก์ฟ้องจำเลยต่างคนกัน แต่ข้อหาอย่างเดียวกันมีใจความว่าเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2497 จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายน้อย ศรีทองคูณ หนึ่งนัดโดยเจตนาฆ่า นายน้อยถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 63 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 ไว้คนละ 15 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายอั้นจำเลยที่ 1 ใช้ปืนยิงผู้ตาย นายแว นายใหมจำเลยที่ 2, 3 ไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกับจำเลยที่ 1 ยิงผู้ตายพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2, 3โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามจำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนใช้ปืนยิงนายน้อยถึงแก่ความตายจริงโดยจำเลยที่ 2, 3 มีอาวุธร่วมโดจากเรือนไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 ด้วย

แม้จำเลยที่ 2, 3 จะไม่ใช่เป็นผู้ยิงหรือใช้อาวุธทำร้ายผู้ตาย แต่การที่จำเลยทั้งสามโดดลงจากเรือนนางบัวไปพร้อมกัน จนทำให้นางบัวตกใจกลัววิ่งเข้าเรือน แสดงว่าจำเลยที่ 2, 3 ก็ได้รู้เห็นมีเจตนาร่วมกันกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง นอกจากจำเลยที่ 1 ถือปืนยาวลงไปด้วยแล้ว จำเลยที่ 2 ที่ 3 ก็มีอาวุธมีดและขวานติดตัวไปด้วย ซึ่งแสดงว่าจำเลยที่ 2, 3 พร้อมที่จะช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ได้ทันทีอยู่แล้ว และเมื่อจำเลยที่ 1 ยิงนายน้อยแล้ว ตอนหนีกลับจำเลยทั้งสามยังหนีกลับมาทางเดียวพร้อมกันอีก จึงนับว่าจำเลยที่ 2, 3 ได้ร่วมกันกระทำความผิดด้วยกับจำเลยที่ 1 คือเป็นตัวการฆ่านายน้อยตายด้วยกัน อันเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 63คดีนี้ จำเลยกระทำผิดเมื่อกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.127 ยังใช้บังคับอยู่ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ใช้บังคับแล้ว แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 และทั้งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ด้วย ซึ่งต่างก็มีอัตราโทษให้ประหารชีวิต

จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปีเท่ากัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดไม่ว่าในทางใด ฯลฯ แต่คดีนี้โทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 249 กับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 กำหนดไว้เท่ากันการที่จะใช้กฎหมายใหม่บังคับปรับโทษ ก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลยผู้กระทำผิดแต่อย่างใด ศาลจึงต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญาปรับบทลงโทษจำเลย แต่จำเลยที่ 3 ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรได้รับการบรรเทาโทษจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 และมาตรา 63 ให้จำคุกจำเลยคนละ 15 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 3 หนึ่งในสาม ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ห้วน ประชาบาล · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้