Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2508 (เลขอ้างอิง 42513)

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ดินของจำเลย ปัญหาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยนั้นเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญา เมื่อคดีส่วนอาญาศาลฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่ง ศาลต้องฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์เช่นเดียวกัน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวน โจทก์จำเลยบางคนเป็นคู่ความรายเดียวกันและที่พิพาทเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้สั่งให้รวมพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนไปด้วยกันโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกที่นาของโจทก์ ลักขุดดินในนาใช้มีดตัดฟันต้นข้าวของโจทก์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 358, 359, 362, 363, 365, 83, 90, 91 กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งรับประทับฟ้องจำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาในที่นาของจำเลยศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยได้ขุดดินตัดต้นข้าวของโจทก์เสียหาย ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนัก สำนวนแรกจำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 300 บาท

โทษจำให้รอไว้ 2 ปี สำนวนหลัง ปรับคนละ 300 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองสำนวนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสำนวนแรกศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไปพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 300 บาท โทษจำให้ยก สำนวนหลังปรับคนละ 100 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาส่วนแพ่งที่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่นั้น ปรากฏว่าสำนวนหลังมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง จึงไม่วินิจฉัยให้ คงวินิจฉัยแต่สำนวนแรกเท่านั้นฎีกาส่วนอาญาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ คดีส่วนอาญาจึงยุติข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของนายเข้มจำเลยนั้น ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าในปัญหาที่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยนั้น

ศาลล่างทั้งสองศาลได้ฟังข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยได้บุกรุกเข้าแย่งการครอบครองในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งในชั้นฎีกานี้ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันกับที่ศาลล่างได้ฟังไว้ในคดีส่วนอาญา และเมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันในส่วนอาญาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ คดีในส่วนแพ่งก็ต้องฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ตามความในมาตรา 46 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดีชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ให้จำเลยสำนวนแรกเสียค่าทนายชั้นฎีกา 100 บาท สำนวนหลังค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · บุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้