คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลล่างพิพากษาต้องกันให้ขับไล่จำเลยออกจากเขตต์หนองหาร
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าที่ ๆ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอยู่ภายในเขตต์หนองหารซึ่งทางราชการหวงห้ามไว้ เพื่อสาธารณชนเลี้ยงสัตว์และเพื่อทางราชการเพาะพันธุ์ปลา จำเลยจะฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นไม่ได้ศาลฎีกาคงรับพิจารณาแต่ปัญหาข้อกฎหมาย คือ (๑) จำเลยว่าได้ปกครองที่รายนี้มา ๙ -๑๐ ปีแล้ว จำเลบควรมีกรรมสิทธิตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๓๘๒ ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยจะยกเอาความครอบครองมาต่อสู้ไม่ได้ตามมาตรา ๑๓๐๖ เพราะที่แห่งนี้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา ๑๓๐๔ ส่วน ม.๑๓๘๒ ที่จำเลยเสนอมาใช้ต่อสู้ได้แต่เอกชนด้วยกัน (๒) จำเลยว่า ประมวลแ่พง ฯ ม.๑๓๐๔-๑๓๐๖-๑๓๐๙ ซึ่งว่าด้วยสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ศาลล่างไม่ควรยกมาบังคับคดีเพราะพึ่งประกาศใช้ภายหลังจากการที่จำเลยเข้าปกครองที่รายนี้ ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า แท้จริงบทบัญญัตินี้มีที่มาโดยนัยแห่งกฎหมายเดิมนั่นเอง เช่นลักษณเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ เป็นต้น สมัยโน้นถือว่าที่ดินเป็นพระเจ้าอยู่หัว หากให้ราษฎรทั้งหลายผู้เป็นข้าแผ่นดินอยู่ ยิ่งเป็นชนิดสาธารณสมบัติของแผ่นดินด้วยแล้ว จึงไม่มีเอกชนคนใดเลยที่จะพึงถือเอาเป็นเอกสิทธิแห่งตนได้โดยพละการ ฉะนั้นศาลล่างอ้างบทบัญญัติดังกล่าวบังคับคดีจึงไม่ผิดที่มาแห่งหลักกฎหมายเดิม
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง