Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลล่างทั้งสองได้พิจารณาพยานหลักฐานถ้อยคำเบิกความพยานบุคคลของโจทก์และพยานจำเลยที่นำสืบมาโดยละเอียดชันเจนแล้ว โดยเฉพาะเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ยังได้กล่าวถึงข้อแตกต่างระหว่างคำเบิกความของพยานโจทก์บางปาก และเห็นว่าพยานโจทก์บางปากไม่มีน้ำหนักรับฟัง แล้วศาลล่างทั้งสองฟังเป็นยุติว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณโจทก์ด้วยการทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง เมื่อฎีกาของโจทก์ที่ยกข้อโต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ยังไม่มีเหตุผลที่จะ เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ ดังนี้ โดยความเห็นของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกา มอบหมาย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าฎีกาของโจทก์แม้เป็นสาระแก่คดี ก็ไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จึงพิพากษายกฎีกาของโจทก์และคืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดชั้นฎีกาแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี ๒๕๓๕ โจทก์ทั้งสองยกที่ดินให้แก่จำเลย ซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หา หลังจากนั้นจำเลยไม่เคย ดูแลช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ จำเลยประพฤติเนรคุณ โจทก์ทั้งสองด้วยการด่าโจทก์ทั้งสอง ทำให้โจทก์ทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียง โจทก์ทั้งสองไม่อาจทนอยู่ในบ้านหลัง เดียวกันกับจำเลยได้ ต้องออกไปปลูกกระท่อมอยู่กันเพียงลำพัง ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาของศาลเป็น การแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยประพฤติเนรคุณหมิ่นประมาท หรือด่าว่าโจทก์ทั้งสอง ไม่เคยไล่โจทก์ทั้งสองออกจากบ้าน จำเลยไม่เคยทอดทิ้งโจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ ๒ ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นทายาทยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อปรากฏว่าชั้นอุทธรณ์โจทก์ที่ ๒ มิได้อุทธรณ์ คดีระหว่างโจทก์ที่ ๒ กับจำเลย เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่โจทก์ที่ ๑ ฎีกาข้อแรกว่า จำเลยด่าโจทก์ทั้งสองในลักษณะขับไล่ไสส่งว่าอยากได้ที่พิพาทให้ไปฟ้องเอา ทำให้โจทก์ทั้งสองอับอายขายหน้าและไปอาศัยอยู่กับบุคคลอื่น การกระทำของจำเลยถือว่าร้ายแรง และเป็นการประพฤติเนรคุณโจทก์ทั้งสอง เห็นว่า คดีนี้ตาม คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ได้พิจารณาพยานหลักฐานถ้อยคำเบิกความพยานบุคคลของโจทก์และพยานจำเลยที่ นำสืบมาโดยละเอียดชัดเจนแล้ว ฟังเป็นยุติว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบไม่อาจรับฟังได้ว่า

จำเลยประพฤติเนรคุณโจทก์ทั้งสองด้วยการทำให้โจทก์ทั้งสองเสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองอย่างร้ายแรงฎีกาของโจทก์ที่ ๑ ที่ยกข้อโต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มานั้นไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลล่าง ทั้งสองได้ ที่โจทก์ที่ ๑ ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ ๑ ในประเด็นที่จำเลยไม่รับอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเพราะเหตุไม่มีประเด็นมาในศาลชั้นต้นเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ได้กล่าวไว้โดยละเอียดเช่นกันว่า เมื่อคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองไม่บรรยายว่า จำเลยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ทั้งสองในเวลาที่โจทก์ทั้งสองยากไร้และจำเลยยังสามารถให้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๓)

แม้คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองจะได้บรรยายมาว่า โจทก์ทั้งสองทนอยู่บ้านเดียวกับจำเลยไม่ได้ จึงต้องออกไปปลูกกระท่อมอยู่เพียงลำพัง ก็เป็นการกล่าวบรรยายถึงผลจากการที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสองเสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองอย่างร้ายแรงเท่านั้น กรณีจึงไม่มีประเด็นดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและโจทก์ที่ ๑ อุทธรณ์มา ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ก็ไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ที่ ๑ ที่โต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ดังกล่าวในข้อนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ได้เช่นกัน โดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย เห็นว่า ฎีกาทุกข้อของโจทก์ที่ ๑ เป็นสาระแก่คดีไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดชั้นฎีกาแก่โจทก์ทั้งสอง ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มหาคุณ · วิชัย วิวิตเสวี · สุภิญโญ ชยารักษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสายัณห์ ศรีดวม
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางเมทินี ชโลธร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2496/2563

ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นไปโดยมุ่งประสงค์ให้นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้