Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแสดงเจตนาลวงที่จะเป็นเหตุทำให้เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 นั้น ต้องเป็นการแสดงเจตนาที่ทำขึ้นโดยความประสงค์ร่วมกันของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายที่จะไม่ให้ผูกพันกัน การที่จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 2 โดยแจ้งเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่าสามีจำเลยที่ 1 ตาย จำเลยที่ 1 ยังไม่มีสามีใหม่นั้น เป็นการแสดงเจตนาทำนิติกรรมยกที่ดินให้กันจริง ไม่ปรากฏว่าได้แสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งแต่อย่างใด จึงไม่เป็นโมฆะ จำเลยที่ 1 เคยทวงถามเงินกู้จากผู้กู้หลังจากเจ้ามรดกตาย โดยยอมลดจำนวนเงินกู้ให้ หรือให้ผู้กู้เปลี่ยนเป็นกู้จำเลยที่ 1 แทนแต่ผู้กู้ไม่ยอม และเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกขอให้ส่งมอบสัญญากู้เงินดังกล่าวให้ จำเลยที่ 1 บิดพลิ้วโดยขอหักเป็นค่าทำศพเจ้ามรดกรูปเรื่องน่าจะเป็นเพราะจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทเข้าใจว่าตนมีสิทธิจะทำได้ และเป็นการใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ ไม่พอฟังว่าปิดบังหรือยักย้ายทรัพย์มรดก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จำเลยที่ ๑ เป็นภริยาใหม่ของผู้ตาย ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ มีทรัพย์มรดกหลายรายการที่จำเลยที่ ๑ ปิดบังซ่อนเร้นไม่ยอมส่งมอบเข้ากองมรดก และบางรายการได้โอนให้แก่จำเลยที่ ๒ ไปแล้ว จึงขอให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบทรัพย์มรดกแก่โจทก์ ให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนยกให้ที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑กับจำเลยที่ ๒ และให้จำเลยทั้งสองส่งมอบที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์เพื่อนำเข้ากองมรดก กับพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ เป็นทายาทที่ถูกกำจัดไม่ให้รับมรดก

จำเลยทั้งสองให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องบางรายการเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ ทรัพย์ที่เป็นเงินฝากธนาคาร จำเลยที่ ๑ ได้เบิกมาใช้ในการจัดงานศพของเจ้ามรดกหมดแล้ว ส่วนที่ดินที่โอนให้จำเลยที่ ๒ นั้นเป็นที่ดินของจำเลยที่ ๑ ยกให้จำเลยที่ ๒ โดยเจ้ามรดกรู้เห็นยินยอม จำเลยที่ ๑มิได้ซ่อนเร้นหรือยักย้ายทรัพย์มรดก ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบที่ดินโฉนดที่ ๘๑๘ พร้อมด้วยโฉนด และสัญญากู้เงินตามฟ้องให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดก คำขอนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหามีว่า จำเลยทั้งสองแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการที่จำเลยที่ ๑ ทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๔๕๐ ให้จำเลยที่ ๒ ว่านายผ่อน ยวงเกตุ สามีจำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ ยังไม่มีสามีใหม่ แต่ขณะนั้นนายอินเป็นสามีจำเลยที่ ๑ และยังมีชีวิตอยู่ เป็นการแสดงเจตนาลวงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เข้าใจผิด ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้น นิติกรรมการให้เป็นโมฆะหรือไม่ ข้อนี้เห็นว่า การแสดงเจตนาลวงที่จะเป็นเหตุทำให้เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ นั้น ต้องเป็นการแสดงเจตนาที่ทำขึ้นโดยประสงค์ร่วมกันของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายที่จะไม่ให้ผูกพัน แต่กรณีการแสดงเจตนาทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๔๕๐ ให้จำเลยที่ ๒ เป็นการแสดงเจตนาทำนิติกรรมยกที่ดินให้กันจริงโดยไม่ปรากฏว่าได้แสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับคู่กรณีแต่อย่างใด

การแสดงเจตนาทำนิติกรรมยกที่ดินให้ จึงไม่เป็นโมฆะ แต่ที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๔๕๐ เป็นทรัพย์สินที่นายอินและจำเลยที่ ๑ ได้มาระหว่างสมรส มิได้ระบุไว้เป็นสินเดิมหรือสินส่วนตัว จึงเป็นสินสมรส ซึ่งนายอินและจำเลยที่ ๑ ต่างมีส่วนเท่ากัน จำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจเอาส่วนของนายอินไปยกให้จำเลยที่ ๒ โดยนายอินไม่ได้ให้ความยินยอม และปรากฏว่านายอินไม่ให้ความยินยอมแก่จำเลยที่ ๑ ให้ยกส่วนของตนให้แก่จำเลยที่ ๒ นิติกรรมการยกให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๔๕๐ มีผลผูกพันเฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๑ สำหรับส่วนของนายอินเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโจทก์ฟ้องเรียกเข้ากองมรดกทั้งหมด ทางพิจารณาได้ความว่ากองมรดกมีสิทธิได้รับเพียงกึ่งหนึ่ง เห็นสมควรให้กองมรดกได้รับไปตามสิทธิ แต่ไม่ปรากฏว่าที่ดินกึ่งหนึ่งส่วนใดเป็นมรดก

ไม่อาจจะบังคับให้ส่งมอบได้ ปัญหาต่อมามีว่า จำเลยที่ ๑ ปิดบังหรือยักย้ายทรัพย์มรดกตามคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒, ๓, ๔ และ ๕ หรือไม่ กรณีสัญญากู้ตามคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒แม้จะฟังตามข้อนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ เคยทวงถามเงินกู้จากผู้กู้หลังจากนายอินถึงแก่ความตายโดยยอมลดจำนวนเงินกู้ให้ หรือให้ผู้กู้เปลี่ยนสัญญากู้เป็นกู้จำเลยที่ ๑ แทน น่าจะเป็นเพราะจำเลยที่ ๑ ในฐานะทายาทเข้าใจว่าตนมีสิทธิจะทำได้ ที่โจทก์อ้างว่า เมื่อทนายโจทก์ขอให้ส่งมอบสัญญากู้เงินดังกล่าวและโฉนดที่ดินที่วางประกัน จำเลยที่ ๑ บิดพลิ้วขอหักเป็นค่าทำศพรูปเรื่องเป็นการใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้กับค่าใช้จ่ายจัดการทำศพที่จำเลยที่ ๑ จ่ายไป ไม่พอฟังว่าปิดบังหรือยักย้ายทรัพย์มรดก

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินโฉนดที่ ๘๔๕๐ กึ่งหนึ่งเป็นมรดกของเจ้ามรดก ให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้ที่ดินแปลงนี้ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ในส่วนที่เป็นมรดก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมสถิตย์ ธีรกุล · ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายอรุณ พิชญาพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้