Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4238/2564

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า รถยนต์พิพาทของโจทก์ไฟไหม้คอนโซลหน้ารถได้รับความเสียหายขณะอยู่ในความครอบครองของจำเลย โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84/1 จำเลยจึงต้องรับผิดชอบเพราะถือว่าเป็นข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นซึ่งปรากฏจากสภาพปกติของเหตุการณ์เป็นคุณต่อโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ต้องพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว จำเลยนำสืบประกอบรายงานการตรวจหาร่องรอยหลักฐานในคดีเพลิงไหม้ ภาพจากกล้องวงจรปิด และภาพถ่าย ได้ว่าแม้ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ รถยนต์พิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลย แต่เหตุที่ไฟไหม้คอนโซลเกิดจากตัวรถยนต์พิพาทเอง เหตุไฟไหม้ไม่ได้เกิดจากการกระทำของจำเลย พยานหลักฐานของจำเลยจึงหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้รถยนต์พิพาทต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหาย 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้จำเลยชดใช้เงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กันยายน 2559) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาโดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังยุติได้เบื้องต้นในชั้นนี้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาท จำเลยเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2559 รถยนต์พิพาทเครื่องปรับอากาศไม่เย็น โจทก์ว่าจ้างจำเลยซ่อม และในวันเดียวกันสามีของโจทก์นำรถยนต์คันพิพาทไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ ต่อมาวันที่ 7 มิถุนายน 2559 ไม่สามารถติดเครื่องได้ โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยนำรถไปซ่อม ลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์พิพาทมาจอดไว้ที่อู่เพื่อซ่อม ต่อมาวันรุ่งขึ้นพบว่าไฟไหม้บริเวณคอนโซลหน้ารถยนต์พิพาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้รถยนต์คันพิพาทต่อโจทก์หรือไม่

เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 บัญญัติว่า "คู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตน ให้คู่ความฝ่ายนั้นมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น แต่ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายหรือมีข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็น ซึ่งปรากฏจากสภาพปกติธรรมดาของเหตุการณ์เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์แต่เพียงว่าตนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่ารถยนต์พิพาทของโจทก์ไฟไหม้ คอนโซลหน้ารถได้รับความเสียหายขณะอยู่ในความครอบครองของจำเลย โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นดังกล่าว โดยกรณีนี้ ไฟไหม้คอนโซลหน้ารถขณะรถยนต์พิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลย

จำเลยจึงต้องรับผิดชอบเพราะถือว่าเป็นข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นซึ่งปรากฏจากสภาพปกติของเหตุการณ์เป็นคุณต่อโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ต้องพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว โดยจำเลยนำสืบว่านายสุมิตร ลูกจ้างจำเลยขับรถยนต์พิพาทมาถึงอู่เวลาประมาณ 18 นาฬิกา ซึ่งอู่ปิดทำการแล้ว จึงจอดรถไว้ในอู่ ปิดล็อกประตูรถเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 8 นาฬิกา พบรอยไฟไหม้บริเวณคอนโซลหน้ารถ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่บริเวณมอเตอร์เครื่องปรับอากาศทำให้ไฟไหม้พลาสติกไฟเบอร์กล่องเครื่องปรับอากาศแล้วไฟลามไปตามช่องลมเครื่องปรับอากาศทะลุไปยังคอนโซล เมื่อเปิดกล้องวงจรปิดในอู่พบว่า เวลา 20.37 นาฬิกา รถยนต์พิพาทมีไฟกะพริบขึ้นแล้วมีควันไฟลอยขึ้นจากห้องโดยสาร

สักครู่ควันไฟจางหายไป แต่ไฟยังกะพริบอยู่ตลอด และไม่พบผู้ใดยุ่งเกี่ยวกับรถยนต์พิพาท ซึ่งจำเลยก็จอดรถยนต์พิพาทไว้ในอู่เป็นปกติเหมือนรถยนต์คันอื่น ๆ และไม่มีผู้ใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับรถยนต์พิพาท สอดคล้องกับรายงานการตรวจหาร่องรอยหลักฐานในคดีเพลิงไหม้ว่า ลักษณะของสถานที่เกิดเหตุ รถยนต์พิพาทจอดไว้ในพื้นที่อู่โดยมีกุญแจเสียบไว้ที่ช่องเสียบกุญแจโดยไม่ได้เปิดสวิตช์ทิ้งไว้ ต่อมาเวลา 20.40 นาฬิกา ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพบริเวณรถยนต์พิพาทปรากฏสัญญาณไฟเลี้ยวกะพริบขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีภาพบุคคลเข้าไปในบริเวณที่รถยนต์พิพาทจอดอยู่ อีกไม่นานเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นบริเวณคอนโซลด้านหน้ารถ ทั้งรายงานดังกล่าวผู้ตรวจสถานที่เกิดเหตุให้ความเห็นว่า

เชื่อว่า เหตุของการเกิดเพลิงไหม้เกิดจากระบบไฟฟ้าหรือกลไกของอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณตอนกลางด้านหลังของคอนโซลหน้ารถเกิดการทำงานผิดปกติหรือชำรุด จนเกิดความร้อนสะสมแล้วทำให้เกิดการลุกติดไฟขึ้นแล้วลามไหม้ในเวลาต่อมา จนเกิดความเสียหายดังที่ปรากฏ ทั้งนายนเรศ พยานโจทก์เบิกความว่า พยานจบการศึกษาชั้นปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เคยทำงานอยู่ที่ศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และทำงานเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกของรถยนต์มาโดยตลอด กรณีรถยนต์พิพาทน่าจะเป็นการต่อไฟโดยตรงจากแบตเตอรี่เข้าสู่สวิตช์เปิดปิดรถยนต์โดยไม่มีฟิวส์คั่นกลางเพื่อตัดไฟ ดังนั้นเมื่อไฟจากแบตเตอรี่เดินเข้ามายังสวิตช์เปิดการทำงานของระบบเครื่องยนต์ขณะมีปัญหาที่ระบบไฟฟ้าของเครื่องยนต์

ความร้อนของไฟที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์จะก่อให้เกิดความร้อนสะสมและเกิดไฟช็อตหรือไฟลุกไหม้ได้ อันเป็นการสนับสนุนพยานจำเลย แสดงให้เห็นว่าไฟไหม้รถยนต์พิพาทเกิดจากระบบไฟฟ้าของรถยนต์พิพาทเอง โดยที่จำเลยไม่ได้ดำเนินการซ่อมรถยนต์พิพาทก่อนแต่อย่างใด แม้รถยนต์พิพาทมีลูกกุญแจเสียบไว้ที่ช่องเสียบกุญแจโดยไม่ได้เปิดสวิตช์ทิ้งไว้ แต่นายนเรศก็เบิกความว่าไม่มีผลทำให้ระบบไฟลัดวงจร ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ รถยนต์พิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลย แต่เหตุที่ไฟไหม้เกิดจากตัวรถยนต์พิพาทเอง ไม่ได้เกิดจากการกระทำของจำเลย พยานหลักฐานของจำเลยจึงหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้รถยนต์พิพาทต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูดิษฐ์ ตันทวีวงศ์ · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · สนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางสาวนัทธมน วงศ์ทรายทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางสาววรรณดี วิไลรัตน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ผบ.(พ)136/2564
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้