Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4237/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 อาวัลเช็คพิพาทโดยการลงลายมือชื่อและประทับตราชื่อธนาคารจำเลยที่ 2 ด้านหลังเช็ค เป็นการกระทำเกินอำนาจของตัวแทน แต่ในทางปฏิบัติจำเลยที่ 2 ไม่เคยอาวัลเช็คให้ลูกค้าโดยวิธีดังกล่าวมาก่อน ที่โจทก์เข้าใจว่าเป็นการอาวัลแทนจำเลยที่ 2 เป็นความเชื่ออันเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 4ที่ 5 หาใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่ จึงฟังไม่ได้ว่าทางปฏิบัติของจำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์มีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่าการอาวัลเช็คนั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของจำเลยที่ 4 ที่ 5 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 822 ประกอบด้วย มาตรา 921,940 และ 989

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เปิดบัญชีเงินฝากเลขที่ 813 ไว้กับธนาคารจำเลยที่ 2 สาขานครพนม ซึ่งมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการจำเลยที่ 4 เป็นสมุห์บัญชีจำเลยที่ 5 เป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชี และจำเลยที่ 6 เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร จำเลยที่ 6 นำเช็คธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด สาขานครพนม 4 ฉบับ สั่งจ่ายเงินแก่ผู้ถือจำนวนเงินรวม 250,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 1 ลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 4 ที่ 5 หรือจำเลยที่ 6 ลงชื่อสลักหลังพร้อมประทับตราของธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด สาขานครพนมเป็นอาวัลมาแลกเอาเงินสดไปจากโจทก์ ต่อมาโจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินที่ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด สาขานครพนมแต่ธนาคารตามเช็คได้ปฎิเสธการจ่ายเงิน

ขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันใช้เงินตามเช็คทั้ง 4 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้น 250,000 บาทและดอกเบี้ยเป็นเงิน 26,912 บาทศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องของโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ให้ยกฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 6จำเลยที่ 1 ให้การว่า มีผู้ปลอมลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ไปซื้อเช็คจากจำเลยที่ 2 แล้วปลอมลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ลงในเช็คตามฟ้องนำไปแลกเงินสดจากโจทก์ จำเลยที่ 1 ไม่ได้ลงลายมือชื่อในเช็คตามฟ้อง จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 4 ที่ 5 ไม่ได้เป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 2 ภายใต้ข้อบังคับเงื่อนไขแห่งหนังสือมอบอำนาจเท่านั้น

จำเลยที่ 2 ไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 4 ที่ 5 อาวัลตั๋วเงิน การสลักหลังเช็คตามฟ้องของจำเลยที่ 4 ที่ 5 กระทำไปในฐานะส่วนตัว โดยจำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นยินยอม โจทก์รับแลกเช็คเนื่องจากมีความเชื่อถือเป็นส่วนตัวกับจำเลยที่ 4 ที่ 5 โดยได้ติดต่อทำการนอกสำนักงานของจำเลยที่ 2เช็คตามฟ้องมิใช่เป็นการอาวัลเพราะไม่มีข้อความว่า "ใช้ได้เป็นอาวัล" โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยตามกฎหมายได้ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 4 เป็นสมุห์บัญชีจำเลยที่ 5 เป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีของจำเลยที่ 2 สาขานครพนมจำเลยที่ 1 นำเช็คตามฟ้องมา ขอให้จำเลยที่ 4 ที่ 5 ลงชื่ออาวัลเพื่อเข้าบัญชีให้ทันวันสั่งจ่าย

จำเลยที่ 4 ที่ 5 เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าของธนาคาร จำเลยที่ 2 สาขานครพนม จึงลงชื่อรับอาวัลและประทับตราธนาคารในฐานะส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2และตราประทับไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 หากโจทก์บังคับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ไม่ได้ หรือไม่พอชำระหนี้ จำเลยที่ 4 ที่ 5 ยอมรับชำระหนี้จนครบ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลยที่ 4 ที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน50,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ และร่วมกันชำระเงิน 200,000บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ 2 รับผิดชำระหนี้ตามเช็คพิพาทศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงฟังได้ยุติว่าการที่จำเลยที่ 4 ที่ 5 อาวัลเช็คพิพาทเป็นการเกินอำนาจของตัวแทนคงมีปัญหาต่อไปว่าทางปฏิบัติของจำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์มีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่าการอาวัลเช็คนั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของตัวแทนคือจำเลยที่ 4 ที่ 5 หรือไม่

เห็นว่าจำเลยที่ 2 มีนายสุชาติสกุลคลานุวัฒน์ รักษาการตำแหน่งสมุห์บัญชีธนาคารจำเลยที่ 2สาขานครพนม และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารจำเลยที่ 2สาขานครพนม เบิกความเป็นใจความว่า ตามทางปฏิบัติการอาวัลเช็คให้แก่ลูกค้านั้น ลูกค้าจะต้องมาติดต่อกับธนาคารโดยยื่นคำขอให้ธนาคารอาวัลเช็คให้ และจะต้องเสนอหลักประกันต่อธนาคารด้วย เมื่อธนาคารสาขาได้รับคำขอแล้วก็จะส่งเรื่องไปยังธนาคารสำนักงานใหญ่พิจารณาอนุมัติ เมื่อธนาคารสำนักงานใหญ่อนุมัติแล้วธนาคารสาขาจะดำเนินการประทับข้อความว่า "ใช้ได้เป็นอาวัล" ด้วยตรายางตามลักษณะเอกสารหมาย ล.20 ลงในเช็คให้ผู้จัดการธนาคารสาขากับสมุห์บัญชีลงลายมือชื่อกำกับไว้ โจทก์ไม่มีพยานนำสืบให้เห็นว่าทางปฏิบัติของธนาคารจำเลยที่ 2 สาขานครพนม

เคยทำการอาวัลเช็คให้ลูกค้าด้วยวิธีให้จำเลยที่ 4 หรือจำเลยที่ 5 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คและประทับตราที่มีข้อความว่า ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด สาขานครพนม มาก่อนอันเป็นมูลเหตุให้โจทก์เชื่อว่าการอาวัลเช็คอยู่ในขอบอำนาจของจำเลยที่ 4 ที่ 5โจทก์คงนำสืบได้ความเพียงว่า การกระทำของจำเลยที่ 4 ที่ 5 ในการลงลายมือชื่อและประทับตราซึ่งมีข้อความว่า ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด สาขานครพนม ลงด้านหลังเช็คพิพาททำให้โจทก์เข้าใจว่าเป็นการอาวัลแทนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นความเชื่ออันเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 4 ที่ 5 หาใช่ความเชื่ออันเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่ ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าทางปฏิบัติของจำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์มีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่าการอาวัลเช็คนั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของจำเลยที่ 4 ที่ 5 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 822 ประกอบด้วยมาตรา 921, 940 และ 989 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างฟังข้อเท็จจริงไว้ไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ศาลฎีการับฟังในคดีนี้ จึงนำข้อกฎหมายมาปรับกับคดีนี้เพื่อให้จำเลยที่ 2รับผิดต่อโจทก์หาได้ไม่ ฎีกาของโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2533

จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ โดย จำเลยได้ รับมอบเงินจากโจทก์แล้วสัญญาจะใช้คืนพร้อมดอกเบี้ย อันเป็นการรับฝากเงินโดย สัญญาให้ดอกเบี้ย ดังนี้มี ผลผูกพันบริษัทจำเลยให้ต้อง รับผิดตาม สัญญารับฝากเงินดังกล่าว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2500

ข้อจำกัดอำนาจของตัวแทนไม่ให้ตัวแทนกู้ยืมเงินได้นั้นเป็นการภายในระหว่างตัวการกับตัวแทนถ้าบุคคลภายนอกไม่รู้ถึงข้อจำกัดดังกล่าวตัวการย่อมไม่พ้นความรับผิดที่ตัวแทนต้องรับผิดในเมื่อตัวการอยู่ต่างประเทศนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3612/2563

โจทก์เคยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการซื้อที่ดินพิพาท โดยโจทก์ไม่เคยไปดูที่ดินพิพาท และหลังจากซื้อที่ดินพิพาทแล้วโจทก์ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท กับให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินพิพาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้