คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยใช้มีดฟันและแทงนายสิงห์ตายโดยเจตนาขอให้ลงโทษตามมาตรา 249จำเลยให้การรับว่าได้ทำร้ายนายสิงห์ตายจริง แต่มิได้มีเจตนาฆ่าโจทก์มีพยานมาสืบประกอบว่า ในวันโจทก์หาจำเลยชวนนายสิงห์ไปต้มสุราเถื่อนเลี้ยงกันที่ลานนาจำเลย เวลาจวนค่ำ นายนาคพยานเดินผ่านไปทางนั้น นายสิงห์เรียกให้เข้าร่วมวงเสพสุรา ในวงสุรามีนายสิงห์กับจำเลยกับคนอื่นอีก 3 คน นายนาคเสพสุราเล็กน้อยแล้วก็ไป ต่อมาเวลาค่ำ นายสุดพยานเดินผ่านไป เห็นมีคน 5-6 คน พูดทุ่มเถียงกันอยู่ในวงเสพสุรานั้น ไม่ทราบว่าพูดเถียงกันเรื่องอะไร คงจำเสียงที่ทุ่มเถียงกันว่า มีจำเลย นายสิงห์ นายพวงอยู่ด้วย แล้วนายสุดเดินเลยไป พอเวลาราว 1 ทุ่ม ก็มีคนพบศพนายสิงห์นอนตายอยู่ในที่เกิดเหตุ
คือที่วงเสพสุรานั้น มีบาดแผลถูกฟันแทง 6 แห่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 251, 59 จำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีที่โจทก์ต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเพราะเป็นคดีมีอัตราโทษอย่างสูงถึง 10 ปีนั้น พยานที่ศาลจะต้องฟังนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องถึงขนาดที่จะใช้ลงโทษได้อย่างในคดีที่จำเลยปฏิเสธ เพียงแต่มีเหตุผลแวดล้อมเป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามความจริง ก็พอฟังลงโทษจำเลยได้เพราะมีคำรับของจำเลยเป็นหลักอยู่แล้ว และเห็นว่าปรากฏตามพยานว่าจำเลยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยใกล้ชิด และรับสารภาพโดยดีว่าเป็นผู้ทำร้ายนายสิงห์ตายเช่นนี้ พอเชื่อได้ว่าจำเลยรับสารภาพตามจริง ไม่มีเหตุอะไรควรสงสัยว่า จำเลยรับแทนผู้อื่น
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น