คำฟ้องและคำให้การ
ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าเดิมเจ้าทุกข์เข้าไปในบ้านจำเลยโดยกิจธุระส่วนตัว แล้วจำเลยถามเจ้าทุกข์ว่าลูกจ้างจำเลยออกจากงานโดยเจ้าทุกข์แนะนำหรือ เจ้าทุกข์ปฏิเสธแล้วย้อนถามหาตัวผู้บอก จำเลยไม่บอกเจ้าทุกข์จึงแข่งด่าคนบอกด้วยคำหยาบข้า จำเลยห้ามกลับแข่งด่าหนักขึ้น จำเลยขอร้องและไล่ให้ออกจากบ้าน ๔ -๕ ครั้งก็ไม่ออก บ.มาช่วยไล่หลายครั้งก็คงแข่งด่าเอ็ดอิงไม่หยุดปากจำเลยจึงใช้เท้าถีบหลังที่ ๑ พร้อมกับคำขับไล่ เจ้าทุกข์จึงออกจากบ้านไป ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ปรับจำเลย ๑๐ บาท ตามมาตรา ๓๓๘ ข้อ ๓ จำเลยฎีกาว่ารูปคดีมีข้อเท็จจริงเช่นนี้ตามกฎหมายจำเลยหาโทษมิได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้กิริยาที่เจ้าทุกข์เข้าไปบ้านจำเลยไม่ผิในตอนต้นก็ดี แต่ตอนที่เจ้าทุกข์แสดงกิริยาวาจาแข่งด่าใช้ถ้อยคำหยาบช้าต่าง ๆ อยู่ในบ้านจำเลย ๆ ห้ามก็ไม่หยุด ไล่ให้ออกจากบ้านก็ไม่ออกดังนี้ ได้ชื่อว่าเจ้าทุกข์เป็นผู้กระทำผิดฐานบุกรุกเคหะสถานของจำเลยตามมาตรา ๓๒๙ การที่จำเลยใช้เท้าถีบประกอบคำขับไล่และเจ้าทุกข์มิได้มีบาดเจ็บอย่างใดนั้นเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๕๐
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับศาลล่างให้ยกฟ้อง