Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4214/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "กำลังศึกษาในชั้นอุดมศึกษา" ในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติ บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 หมายถึง การศึกษาต่อจากชั้นเตรียมอุดมศึกษา แต่ยังไม่จบชั้นอุดมศึกษาระดับปริญญาตรีโจทก์ร่วมเป็นบุตรของพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยผู้ตายและจบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ระดับปริญญาตรีแล้ว การที่โจทก์ร่วมสมัครเข้าเรียนคณะรัฐศาสตร์ระดับปริญญาตรีอีก ไม่มีผลทำให้โจทก์ร่วมเปลี่ยนแปลงฐานะกลับเป็นกำลังศึกษาในชั้นอุดมศึกษาตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวได้ โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตกทอดตามกฎหมายดังกล่าว และข้อบังคับคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยฉบับที่ 48

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 25 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 มาตรา 44 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาของนายเฟื่องรับเงินสงเคราะห์ตกทอดส่วนของนายวิทยาโจทก์ร่วมซึ่งเป็นทายาทอีกคนหนึ่งของนายเฟื่องเกินไป 67,912 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับรองการรับเงินสงเคราะห์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินดังกล่าวคืน

จำเลยทั้งสองให้การว่า นายเฟื่อง ไม่มีทายาทอื่นศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าเดิมนายเฟื่อง รัตนทัศนีย สามีจำเลยที่ 1 และบิดาจำเลยที่ 2รับราชการที่กรมรถไฟ กระทรวงคมนาคม ต่อมาโอนมาเป็นพนักงานโจทก์ตำแหน่งหัวหน้ากองสินค้าและที่ดิน เกษียณอายุเมื่อวันที่19 มกราคม 2509 ได้รับเงินสงเคราะห์รายเดือน เดือนละ 3,396 บาทวันที่ 1 กรกฎาคม 2524 นายเฟื่องตายตามสำเนามรณบัตรเอกสารหมายจ.12 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอรับเงินสงเคราะห์ตกทอดจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.13, จ.14 โดยอ้างว่าเป็นภริยามีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ตกทอดแต่เพียงผู้เดียวเพราะบุตรนายเฟื่องบรรลุนิติภาวะหมดแล้วโจทก์จึงจ่ายเงินสงเคราะห์ตกทอดจำนวน 101,880 บาท ให้จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ทำสัญญารับรองการชดใช้เงินคืนเอกสารหมาย

จ.15 ว่าถ้าได้ความภายหลังว่ายังมีทายาทอื่นมีสิทธิรับเงินดังกล่าวด้วย จำเลยที่ 1 รับจะคืนเงินที่จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิแก่โจทก์ ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2525 โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอรับเงินสงเคราะห์ตกทอดโดยอ้างว่าโจทก์ร่วมเป็นบุตรนายเฟื่องเพราะนายเฟื่องจดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร โจทก์ไต่สวนแล้วเห็นว่าโจทก์ร่วมเป็นบุตรนายเฟื่องจริงและขณะที่นายเฟื่องตายโจทก์ร่วมอายุ 24 ปีเศษ กำลังศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โจทก์จึงมีหนังสือทวงถามเงินสงเคราะห์ตกทอดที่จำเลยที่ 1 รับไปแล้วไปยังจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเอกสารหมาย จ.4, จ.5และ จ.7, จ.8 ตามลำดับจำเลยทั้งสองไม่ยินยอม คดีมีปัญหาว่าโจทก์ร่วมมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตกทอดตามฟ้องหรือไม่พิเคราะห์ข้อบังคับคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 48เอกสารหมาย

จ.11 ระบุว่าเงินสงเคราะห์ตกทอดให้อนุโลมตามพระราชบัญญัติ บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ซึ่งตามมาตรา 45บัญญัติว่า "บำนาญพิเศษที่บัญญัติไว้ในมาตรา 44 ให้จ่ายโดยกำหนดเวลาและเงื่อนไขดังนี้ (1) บุตร ให้มีสิทธิได้รับจนอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เว้นแต่เมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์นั้นกำลังศึกษาอยู่ในชั้นเตรียมอุดมศึกษาหรือในชั้นอุดมศึกษา.....ก็ให้ได้รับต่อไปตลอดเวลาที่ยังทำการศึกษาอยู่ในสถานการศึกษา....." และมาตรา 49บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 38 ผู้ได้รับบำนาญปกติอยู่.....ถึงแก่ความตายให้จ่ายเงินเป็นบำเหน็จตกทอดให้แก่บุคคลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 44 เป็นจำนวนสามสิบเท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับ.....และให้จ่ายตามส่วนที่กำหนดในมาตรานั้น แต่บุตรซึ่งมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วในวันที่ข้าราชการผู้นั้นตาย

ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอด เว้นแต่กำลังศึกษาในชั้นเตรียมอุดมศึกษาหรือชั้นอุดมศึกษา.....และยังมีอายุไม่เกินยี่สิบหกปีบริบูรณ์....."เห็นว่า คำว่า "กำลังศึกษาในชั้นอุดมศึกษา" หมายถึงการศึกษาที่ต่อจากชั้นเตรียมอุดมศึกษา แต่ยังศึกษาไม่จบในชั้นอุดมศึกษาในการศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยคณะใดคณะหนึ่ง แม้หากศาลฎีกาจะไม่รับฟังข้อความในคำขอรับเงินบำนาญตกทอดจากกระทรวงคมนาคมเอกสารหมาย ล.1, ล.2 มาผูกมัดโจทก์ร่วมตามที่โจทก์ร่วมฎีกาก็ตามแต่เมื่อโจทก์ร่วมตอบคำถามค้านรับว่าโจทก์ร่วมศึกษาจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อปีการศึกษา 2521ภาค 2 แล้วจึงสมัครเข้าศึกษาคณะรัฐศาสตร์เมื่อปีการศึกษา 2522ภาค 1 ศาลฎีกาพิเคราะห์ใบรับรองเอกสารหมาย

จ.20, จ.21 และ จ.22ประกอบแล้วเห็นว่าโจทก์ร่วมสมัครเข้าศึกษาในคณะรัฐศาสตร์ภายหลังจากจบการศึกษาในคณะนิติศาสตร์ไปแล้ว แม้จะมีคำรับรองจากมหาวิทยาลัยตามเอกสารหมาย จ.2, จ.3, จ.21 ว่าโจทก์ร่วมยังมีสภาพเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปริญญาตรี ในขณะที่นายเฟื่องบิดาถึงแก่กรรมก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้โจทก์ร่วมซึ่งศึกษาจนจบชั้นอุดมศึกษาไปแล้วเปลี่ยนแปลงฐานะกลับเป็นกำลังศึกษาชั้นอุดมศึกษาตามเจตนารมณ์ของกฎหมายไปได้ โจทก์ร่วมไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตกทอดตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และข้อบังคับคณะกรรมการการรถไฟ ฉบับที่ 48 ดังกล่าว และจำเลยทั้งสองไม่จำต้องคืนเงินสงเคราะห์ตกทอดที่ได้รับจากโจทก์ไปแล้วให้โจทก์ร่วม"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2517

ในเรื่องบำเหน็จตกทอดตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการฯนั้น เป็นเรื่องของรัฐให้สิทธิแก่ทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะโดยตรงที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ และยังกำหนดอายุของบุตรที่จะได้รับบำเหน็จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2541

แม้โจทก์เป็นบุตร ท.และจำต้องอุปการะเลี้ยงดู ท.ตามป.พ.พ.มาตรา 1563 ก็ตาม แต่เมื่อ ท.ป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถที่จะช่วยตัวเองได้โจทก์เป็นผู้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้ความช่วยเหลือ ท.ตลอดมาจนกระทั่ง ท.ถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3560/2530

พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่14) พ.ศ.2526 โดยทั่วไปมิได้มีผลใช้บังคับย้อนหลัง แต่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2526 อันเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงมีผลย้อนหลังเฉพาะก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3186/2527

บ. ผู้ตายซึ่งเป็นปู่ของโจทก์ได้เลี้ยงดูช่วยเหลือเกื้อกูลโจทก์มาตั้งแต่โจทก์อายุ 7 เดือน จน บ. ถึงแก่กรรม บ. มีอำนาจส่งโจทก์ไปอยู่กับผู้อื่น ณ ที่ใดก็ได้ ยามใดมีโอกาสเลี้ยงดูโจทก์ด้วยตนเองก็รับโจทก์มาอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2526

การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการโดยคณะกรรมการเป็นอิสระ เงินเดือนและเงินอื่น ๆ ของลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับจากงบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทย มิใช่จากเงินจัดสรรงบประมาณเหมือนข้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้