คำฟ้องและคำให้การ
คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อตกลงของโจทก์จำเลยที่ทำไว้ต่ออำเภอเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ข้อตกลงมีอยู่ดังนี้ ๑.ให้อำเภอเรียกตัวนายฮิ้ว ทรายทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลนาเหนือมาพร้อมกันที่อำเภอในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๑ เวลา ๙.๐๐ น. อีกครั้งหนึ่ง ๒. คู่กรณีตกลงว่า เมื่อนายฮิ้ว ทรายทอง ผู้ใหญ่บ้านมาชี้ขาดว่า ทางนี้ใช้เดินมาก่อนนายขำ ณ นคร จับจองแล้ว นาย เที่ยมจำเลยยอมเว้นทางเดินให้ ๒ วา ถ้าหากเดินหลังนายขำจับจองแล้ว นายเนิมโจทก์จะไม่ขอเดินและเกี่ยวข้องทางนี้ต่อไป ต่อมาวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๑ นายฮิ้ว ทรายทอง ได้ไปยังที่ว่าการอำเภอและได้ให้ถ้อยคำชี้ขาดตามที่อำเภอได้บันทึกไว้ดังนี้ "ข้าพเจ้า นายฮิ้ว
ทรายทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก ให้คำชี้ขาดต่อเจ้าพนักงานว่า คดีซึ่งนาย เนิมกล่าวหาว่านายเที่ยมทำรั้วปิดทางซึ่งตกลงให้ ข้าฯ ชี้ขาดตามบันทึกลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๐๑ ข้างต้นนั้น ข้าฯ ขอชี้ขาดว่า ทางนี้ใช้เดินมาก่อนนายขำ ณ นคร จับจองจริง" ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แต่ศาลอุทธรณ์ว่าไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ฎีกาว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จำเลยท้ากันให้นายฮิ้วเป็นผู้ชี้ขาดว่า ทางพิพาทมีอยู่ก่อนหรือภายหลังนายขำจับจอง ให้ถือเอาคำชี้ขาดนั้นเป็นผลในการที่ทำให้โจทก์จะมีสิทธิได้ใช้ทางพิพาทหรือไม่ การที่โจทก์จะมีสิทธิหรือหมดสิทธิใช้ทางพิพาทนี้เป็นการทำให้ข้อพิพาทเป็นอันเสร็จสิ้นกันไป จึงถือได้ว่า ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาท จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ฯลฯ
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง ๒ วา ให้ทั้งคนและสัตว์พาหนะเดินได้