Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหรียญกษาปณ์ที่ตกลงไปในช่องคืนเหรียญเนื่องจากไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อไปยังสายปลายทางได้นั้น ยังเป็นของผู้ใช้โทรศัพท์สาธารณะอยู่การที่นาย พ. นำก้อนกระดาษไปอุดไว้ในช่องคืนเหรียญในตำแหน่งที่อยู่เหนือฝาปิดขึ้นไปเป็นเพียงการขัดขวางไม่ให้เหรียญกษาปณ์ตกกลับลงไปถึงมือผู้ใช้โทรศัพท์สาธารณะที่รออยู่ โดยเหรียญกษาปณ์ดังกล่าวยังคงติดค้างอยู่ในเครื่องโทรศัพท์สาธารณะในลักษณะที่ง่ายแก่การมาล้วงเอาไปในภายหลัง ฉะนั้น ขณะที่เหรียญกษาปณ์ตกลงไปค้างอยู่บนก้อนกระดาษในช่องคืนเหรียญ ความผิดฐานลักทรัพย์ยังไม่สำเร็จเพราะนาย พ. ยังไม่ได้เอาเหรียญกษาปณ์นั้นไป ความครอบครองยังคงอยู่กับเจ้าของเหรียญกษาปณ์ที่รอรับเหรียญกษาปณ์นั้นอยู่ และการที่เจ้าของเหรียญกษาปณ์ออกจากตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่ได้หมายความว่ามีเจตนาสละทิ้งเหรียญกษาปณ์ที่ติดค้างเพราะการสละกรรมสิทธิ์จะต้องกระทำด้วยความสมัครใจมิใช่อยู่ในลักษณะที่ถูกขัดขวางการได้ทรัพย์คืน จำเลยร่วมมือกับนาย พ. เข้าไปนำเหรียญกษาปณ์ที่ติดค้างอยู่ โดยจำเลยทำทีเป็นผู้ใช้โทรศัพท์พูดจาเพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้ผู้อื่นสงสัย ระหว่างนั้นให้นาย พ. เขี่ยกระดาษที่อุดไว้จนเหรียญกษาปณ์ตกลงไปสู่มือของจำเลยและนาย พ. ที่รอรับอยู่เป็นการร่วมมือกันเอาทรัพย์ไปจากความครอบครองของเจ้าของทรัพย์ที่ยังมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นอยู่ จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้อื่นโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยกับนายพิเชษฐ์ ช่วยชูใจ จำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ 6479/2541 ของศาลชั้นต้น ร่วมกันใช้กระดาษม้วนเป็นก้อนอุดช่องคืนเหรียญที่เครื่องโทรศัพท์ของบริษัทเทเลคอมเอเซียคอร์ปอร์เรชั่น จำกัด เพื่อไม่ให้เหรียญกษาปณ์ที่ผู้มาใช้เครื่องโทรศัพท์ดังกล่าวหยอดลงไปในเครื่องโทรศัพท์แล้วไม่สามารถใช้เครื่องโทรศัพท์ดังกล่าวติดต่อสื่อสารได้ตกลงมาในช่องคืนเหรียญแล้วจำเลยกับพวก ร่วมกันใช้ลวดของไม้แขวนเสื้อเป็นเครื่องมือดัดแหย่เข้าไปในช่องคืนเหรียญของเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าวเขี่ยลักเอาเงินประเภทเหรียญกษาปณ์จำนวน 269.50 บาท ของผู้มีชื่อ (ผู้เสียหาย) ที่มาใช้โทรศัพท์ดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7), 83

จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก, 83 (ที่ถูกมาตรา 335(7) วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 83) จำคุก 2 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาพอฟังลงโทษจำเลยหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีประจักษ์พยานคือสิบตำรวจโทเกรียงศักดิ์ที่พบเห็นการกระทำความผิดของจำเลยมาเบิกความยืนยันต่อศาล สิบตำรวจโทเกรียงศักดิ์เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการไปตามอำนาจหน้าที่และไม่ปรากฏว่ามีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน อันจะเป็นเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและสอบสวนว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้ร่วมกับนายพิเชษฐ์ลักเหรียญกษาปณ์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะ โดยนายพิเชษฐ์ให้จำเลยเข้าไปในตู้โทรศัพท์สาธารณะทำทีเป็นโทรศัพท์และนายพิเชษฐ์เข้ามาในตู้โทรศัพท์ด้วยนายพิเชษฐ์ให้จำเลยช่วยเปิดง้างแผ่นเหล็กของช่องคืนเหรียญของตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อให้นายพิเชษฐ์ใช้ลวดที่ดัดแปลงมาเขี่ยให้เหรียญกษาปณ์ในตู้โทรศัพท์สาธารณะไหลลงมา ตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาสอดคล้องกับที่สิบตำรวจโทเกรียงศักดิ์เบิกความต่อศาล และจำเลยนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพให้เจ้าพนักงานตำรวจถ่ายรูปไว้ ตามบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและภาพถ่าย

ทั้งขณะนำชี้ที่เกิดเหตุเป็นเวลากลางวันมีผู้คนพลุกพล่านตามภาพถ่ายหากจำเลยมิได้กระทำความผิดจริงก็น่าจะโต้แย้งหรือขัดขืนมิให้เจ้าพนักงานตำรวจถ่ายรูปที่แสดงถึงพฤติการณ์การร่วมกันกระทำความผิด ซึ่งพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมายังไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ให้เป็นอย่างอื่นได้ ดังนี้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงให้ฟังได้ว่า จำเลยร่วมมือกับนายพิเชษฐ์เข้าไปนำเหรียญกษาปณ์ที่ติดค้างอยู่ โดยจำเลยทำทีเป็นผู้ใช้โทรศัพท์พูดจาเพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้ผู้อื่นสงสัย ระหว่างนั้นให้นายพิเชษฐ์เขี่ยกระดาษที่อุดไว้จนเหรียญกษาปณ์ตกลงไปสู่มือของจำเลยและนายพิเชษฐ์ที่รอรับอยู่ เห็นได้ว่า เป็นการร่วมมือกันเอาทรัพย์ไปจากความครอบครองของเจ้าของทรัพย์ที่ยังมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นอยู่จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้นำสืบว่าจำเลยร่วมเอากระดาษไปอุดช่องคืนเหรียญโทรศัพท์กับนายพิเชษฐ์และมิได้นำตัวพลเมืองดีผู้แจ้งเหตุ รวมทั้งผู้เสียหายและเจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมคนอื่น ๆ มาเบิกความนั้น เห็นว่า เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาเพียงพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้แล้ว ไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องนำสืบไปจนถึงกับว่า มีการร่วมมือกันมาตั้งแต่แรกหรือนำสืบพยานบุคคลอื่น ๆ ตามที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกาให้ฟุ่มเฟือยเห็นอยู่ว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น เช่นนี้ฎีกาจำเลยข้อแรกนี้ฟังไม่ขึ้นมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อที่สองว่า ความผิดฐานลักทรัพย์ในคดีนี้สำเร็จและขาดตอนไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อมีผู้มาใช้โทรศัพท์สาธารณะแล้วไม่สามารถติดต่อสื่อสารทำให้เหรียญกษาปณ์ตกลงไปในช่องคืนเหรียญและค้างอยู่บนก้อนกระดาษที่นายพิเชษฐ์นำไปอุดไว้

จำเลยเข้าช่วยเหลือนายพิเชษฐ์ ง้างเหล็กเปิดช่องคืนเหรียญให้นายพิเชษฐ์ใช้ลวดเขี่ยเอาเหรียญกษาปณ์เหล่านั้นไป หลังจากความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จขาดตอนแล้ว จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์อีกนั้น เห็นว่า เหรียญกษาปณ์ที่ตกลงไปในช่องคืนเหรียญ เนื่องจากไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อไปยังสายปลายทางได้นั้น ยังเป็นของผู้ใช้โทรศัพท์สาธารณะอยู่ โดยปกติแล้วจะต้องตกลงไปถึงช่องคืนเหรียญที่อยู่ต่ำลงไปข้างล่าง ให้ผู้ใช้โทรศัพท์สาธารณะแง้มเหล็กฝาปิดช่องดังกล่าวล้วงเอาเหรียญกษาปณ์กลับคืนไป การที่นายพิเชษฐ์นำก้อนกระดาษไปอุดไว้ในช่องคืนเหรียญในตำแหน่งที่อยู่เหนือฝาปิดขึ้นไปเป็นเพียงการขัดขวางไม่ให้เหรียญกษาปณ์ตกกลับลงไปถึงมือผู้ใช้โทรศัพท์สาธารณะที่รออยู่ โดยเหรียญกษาปณ์ดังกล่าวยังคงติดค้างอยู่ในเครื่องโทรศัพท์สาธารณะในลักษณะที่ง่ายแก่การมาล้วงเอาไปในภายหลัง

ฉะนั้น ขณะที่เหรียญกษาปณ์ตกลงไปค้างอยู่บนก้อนกระดาษในช่องคืนเหรียญ ความผิดฐานลักทรัพย์ยังไม่สำเร็จเพราะนายพิเชษฐ์ยังไม่ได้เอาเหรียญกษาปณ์นั้นไป ความครอบครองยังอยู่กับเจ้าของเหรียญกษาปณ์ที่รอรับเหรียญกษาปณ์นั้นอยู่ และการที่เจ้าของเหรียญกษาปณ์ออกจากตู้โทรศัพท์สาธารณะไปไม่ได้หมายความว่ามีเจตนาสละทิ้งเหรียญกษาปณ์ที่ติดค้าง เพราะการสละสิทธิ์จะต้องกระทำด้วยความสมัครใจมิใช่อยู่ในลักษณะที่ถูกขัดขวางการได้ทรัพย์กลับคืนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิชาต สุขัคคานนท์ · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้