Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4204/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทได้แบ่งแยกมาจากที่ดินอีกแปลงหนึ่งซึ่งต้องมีการรังวัดโฉนดที่ดินพิพาทเพื่อแบ่งแยกที่ดินพิพาทออกจากโฉนดที่ดินดังกล่าวและเจ้าของที่ดินข้างเคียงก็จะต้องรับรองแนวเขต หากจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยจะต้องรู้เห็นและโต้แย้งหรือคัดค้าน แม้จำเลยจะอ้างว่าทำรั้วล้อมที่ดินก็เป็นรั้วไม้รวกตีปักในแนวตั้ง มีประตูรั้วทำด้วยสังกะสีและเลี้ยงโคนมกับเลี้ยงไก่ ก็ล้วนมีลักษณะเป็นการครอบครองชั่วคราวเพราะไม่มีลักษณะแน่นหนาและถาวร การที่จำเลยเข้าไปครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทจึงเป็นการถือวิสาสะจากเจ้าของที่ดินเดิมตลอดมา แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินมาช้านานเพียงใด จำเลยย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดิน ขนย้ายสิ่งก่อสร้างรวมทั้งย้ายสัตว์เลี้ยงออกจากที่ดินพิพาท

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองโดยความสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของ ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินตามโฉลดเลขที่ 15820 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ห้ามโจทก์กับบริวารยุ่งเกี่ยวในที่ดินดังกล่าวและให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีจัดการแก้ไขทะเบียนมาเป็นชื่อจำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท และขนย้ายสิ่งก่อสร้างและสัตว์เลี้ยงออกจากที่ดินพิพาท ยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ จำเลยมีตัวจำเลยเบิกความว่าที่ดินพิพาทอยู่ทางด้านหลังบ้านจำเลยซึ่งมีประตูเปิดออกไปสู่ที่ดินพิพาทได้ เดิมที่ดินพิพาทยังไม่มีโฉนดที่ดินและเป็นของนายน้ำนอง นาคสกุล บิดาภริยาจำเลย จำเลยเพิ่งทราบว่าที่ดินพิพาทมีโฉนดที่ดินแล้วหลังจากถูกฟ้องเป็นคดีนี้ แต่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2519 โดยนายน้ำนองยกให้ จำเลยจึงถมลูกรังเตรียมจะปลูกบ้านแล้วทำรั้วล้อมรอบ แต่จำเลยไม่ได้ปลูกบ้าน จึงใช้เลี้ยงสุกรและไก่ตั้งแต่ปีดังกล่าวตลอดมาจนถึงปี 2533 จึงใช้เลี้ยงโคนม โดยจำเลยมีนางจำลอง วิภาคะหรรษา

ภริยาจำเลยเป็นพยานเบิกความว่า นายน้ำนองให้ที่ดินพิพาทแก่จำเลยเมื่อประมาณ 23 ปี มาแล้ว แต่นางจำลองก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่า ที่ดินของนางจำลองและที่ดินพิพาทมีหลักหมุดตอกร่วมกันอยู่ด้านหนึ่ง เดิมเป็นที่ดินของนายน้ำนองทั้งสองแปลง นายน้ำนองมีบุตร 2 คน คือนางจำลองและนางสาวณัฐทิยาที่ดินแปลงที่นางจำลองปลูกบ้านอยู่กับจำเลย นายน้ำนองให้ที่ดินดังกล่าวแก่นางจำลองเมื่อ 20 ปีกว่ามาแล้ว ขณะนั้นที่ดินมีโฉนดที่ดินแล้ว แต่นายน้ำนองให้โดยระบุชื่อบุตรชายนางจำลองเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ส่วนที่ดินพิพาทที่นายน้ำนองให้แก่จำเลยนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงการให้อย่างไรหรือไม่ นางจำลองไม่ทราบ เห็นว่า หากข้อเท็จจริงเป็นดังที่นางจำลองเบิกความ

แสดงว่านายน้ำนองให้ที่ดินพิพาทแก่จำเลยได้ประมาณ 3 ปี นายน้ำนองก็ให้ที่ดินอีกแปลงหนึ่งแก่นางจำลองซึ่งปลูกบ้านอยู่กับจำเลยจนปัจจุบันนี้ โดยใส่ชื่อบุตรชายจำเลยและนางจำลองเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่นายน้ำนองมีบุตร 2 คน คือนางจำลองและนางสาวณัฐทิยา กับที่ดิน 2 แปลง คือที่ดินพิพาทและที่ดินที่จำเลยและนางจำลองปลูกบ้านอยู่จนปัจจุบันนี้ หากนายน้ำนองจะให้ที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าวนายน้ำนองย่อมต้องให้แก่บุตรทั้ง 2 ของตนมากกว่าที่จะให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเพียงบุตรเขย จึงไม่น่าเชื่อว่านายน้ำนองจะให้ที่ดินพิพาทแก่จำเลยก่อน และยังให้ที่ดินอีกแปลงหนึ่งแก่นางจำลองภริยาจำเลยซ้ำอีก โดยที่นางสาวณัฐทิยาไม่เคยได้รับการให้ที่ดินจากนายน้ำนองมาก่อน

ทั้งที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 15820 ออกเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2535 โดยแบ่งแยกมาจากโฉนดที่ดินเล่ม 43 หน้า 62 ซึ่งจะต้องมีการรังวัดโฉนดที่ดินพิพาทเพื่อแบ่งแยกที่ดินพิพาทออกจากโฉนดที่ดินดังกล่าวและเจ้าของที่ดินข้างเคียงก็จะต้องลงลายมือชื่อรับรองแนวเขต หากจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยจะต้องรู้เห็นและโต้แย้งหรือคัดค้าน ที่นางจำลองอ้างว่านางจำลองไม่เคยเห็นเจ้าพนักงานที่ดินไปปักหลักหมุดที่ดินพิพาทจึงขัดต่อเหตุผล ประกอบกับที่จำเลยอ้างว่าทำรั้วล้อมที่ดินพิพาทก็เป็นรั้วไม้รวกตีปักในแนวตั้ง มีประตูรั้วทำด้วยสังกะสี และที่จำเลยอ้างว่าเป็นคอกเลี้ยงโคนมและที่เลี้ยงไก่ ล้วนมีลักษณะเป็นการครอบครองชั่วคราวเพราะไม่มีลักษณะแน่นหนาและถาวร

การที่จำเลยเข้าไปครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทจึงเป็นการถือวิสาสะจากเจ้าของที่ดินเดิมตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทมาช้านานเพียงใด จำเลยย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ที่ดินพิพาทจึงยังเป็นกรรมสิทธิ์ของนางสาวออมจิตเจ้ามรดก"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรวัตร อิศราภรณ์ · สบโชค สุขารมณ์ · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2568

โจทก์แถลงนำยึดทรัพย์ของจำเลยรวมทั้งที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2566

ตามบทบัญญัติมาตรา 62 ป.พ.พ. การที่ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญถือว่าโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่โจทก์ได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าโจทก์ยังมีชี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้