Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2491

พ.ศ. 2491 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมจดทะเบียนจำนองที่ไว้แก่เขา ภายหลังตกลงเปลี่ยนเป็นทำสัญญาทะเบียนขายฝาก ดังนี้ เป็นการแปลงหนี้จำนองเดิมเป็นขายฝาก สัญญาจำนองเดิมเป็นอันระงับสิ้นไปในตัว บังคับตามสัญญาขายฝากได้โดยไม่จำต้องจดทะเบียนเพิกถอนสัญญาจำนองเดิมเสียก่อน การตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างอยู่กว่า 5 ปี ตามสัญญาจำนองมาคิดรวมเป็นต้นเงินในสัญญาขายฝาก+ขึ้นใหม่นั้นก็หาต้องห้ามตามกฏหมายไม่

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า เดิมโจทก์ได้จดทะเบียนจำนองที่พิพาทไว้แก่จำเลยเป็นเงิน ๒๐๐ บาท ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี แล้วจำเลยได้เช่าที่จำนองนี้ส่วนหนึ่งปลูกเรือนอยู่ ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแปลงหนี้จำนองเดิมเป็นจดทะเบียนขายฝากโดยต้องเพิ่มต้นเงินขึ้นอีก ๑๖๐ บาท รวมเป็นต้นเงิน ๓๖๐ บาท ต้นเงินที่เพิ่มขึ้นนี้ โจทก์ยอมให้คิดจากดอกเบี้ยจำนองเดิมที่ค้างอยู่กว่า ๕ ปีแล้ว ตามสัญญาขายฝากกำหนดเวลาไถ่ถอนไว้ ๒ ปี ครบกำหนดโจทก์ไม่ไถ่คืน จำเลยจึงเอาที่เป็นสิทธิ ส่วนค่าเช่าเดิมครั้งยังจำนองอยู่ จำเลยได้ชำระให้โจทก์ไปเสร็จแล้ว บัดนี้โจทก์มาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาขายฝาก อ้างว่าถูกกลฉ้อฉล

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า การขายฝากทำกันโดยสุจริต พิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาข้อกฏหมาย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ได้ตกลงเปลี่ยนเป็นทำสัญญาจดทะเบียนขายฝากให้แก่จำเลยแล้ว ก็เป็นการแปลงหนี้จำนองเดิมเป็นขายฝาก สัญญาจำนองเดิมเป็นอันระงับสิ้นไปในตัว บังคับตามสัญญาขายฝากได้โดยไม่จำต้องจดทะเบียนเพิกถอนสัญญาจำนองเดิมเสียก่อน และการที่ตกลงเอาดอกเบี้ยที่ค้างอยู่กว่า ๕ ปี มาคิดรวมเป็นต้นเงินในสัญญาขายฝากด้วยนั้น ก็หาต้องห้ามตามกฏหมายไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้