Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญามีข้อความระบุว่า โจทก์ขายฝากที่นาพิพาทแก่จำเลยมีกำหนดไถ่ 1 ปี ถ้าไม่ไถ่ถอนตามกำหนด โจทก์ยอมมอบที่นาให้จำเลยถือครองกรรมสิทธิ์ต่อไป และจะทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้ต่อไปในภายหลังดังนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาสละการครอบครองของโจทก์ในเมื่อโจทก์ไม่ไถ่ถอนภายในเวลาที่กำหนดสิทธิครอบครองที่นาพิพาทของโจทก์ย่อมสิ้นสุดลงตาม ป.พ.พ. ม.1377

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยทั้งสองนำสืบว่าเมื่อวันที่ 15มีนาคม 2514 โจทก์เสนอขายที่นาพิพาทในราคา 30,000 บาท จำเลยทั้งสองตกลงซื้อและชำระราคาเป็นเงินสด 28,000 บาท อีก 2,000 บาทเอาข้าวเปลือก 3 เกวียนให้แทน แล้วไปทำสัญญาซื้อขายหมาย ล.1 กันที่บ้านนายจารย์ สายกระสุน กำนัน นายจารย์เป็นคนเขียนสัญญา ระบุว่าเป็นการขายฝากที่นาพิพาทเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท กำหนดไถ่ 1 ปีนับแต่วันที่ 15 มีนาคม 2514 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2515 ถ้าไม่ไถ่ถอนตามกำหนด ก็ยอมมอบที่นาให้ถือครอบครองกรรมสิทธิ์ต่อไป และจะทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้ต่อไปในภายหลัง จำเลยทั้งสองออกเงินกันคนละ 14,000บาทมอบให้นายจารย์จ่ายให้แก่โจทก์ โจทก์ได้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในช่องผู้ขาย

จำเลยทั้งสองลงชื่อเป็นผู้ซื้อ แล้วให้นายสุวรรณบุตรโจทก์กับนายจารย์ลงชื่อเป็นพยาน หลังจากทำสัญญากันแล้ว จำเลยทั้งสองต่างแบ่งกันทำนาพิพาทคนละครึ่งตลอดมา จำเลยที่ 1 เป็นผู้นำสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่และเสียภาษีที่นาพิพาท มีหลักฐานตามเอกสารหมาย ล.2ถึง ล.6 เมื่อเดือนเมษายน 2521 จำเลยทั้งสองได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการรังวัดที่นาพิพาทเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)โจทก์กับนางเหลืองบุตรโจทก์จึงไปขอไถ่ที่นาพิพาทคืน แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมให้ไถ่เพราะเลยกำหนด 1 ปีแล้ว ที่นาพิพาทจึงตกเป็นสิทธิของจำเลยในปัญหาว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาหมาย ล.1 กันไว้หรือไม่นั้นพิจารณาสัญญาหมาย ล.1 แล้ว เห็นว่า ข้อนำสืบของโจทก์ที่อ้างว่าโจทก์กู้เงินจำเลยแล้ว

จำเลยให้โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในกระดาษเปล่า ไม่สมเหตุผล เพราะข้อความในเอกสารดังกล่าวสิ้นสุดลงตรงช่วงที่โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือพอดี ทั้งข้อความในเอกสารก็มีใจความกลมกลืนกัน ไม่มีร่องรอยหรือความพิรุธใด ๆ ที่จะส่อให้เห็นว่าได้มีการเขียนข้อความขึ้นหลังจากโจทก์ได้พิมพ์ลายนิ้วมือลงไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นนายจารย์กำนันผู้เขียนสัญญาซึ่งเป็นพยานโจทก์เองก็เบิกความสมข้อนำสืบของจำเลยว่า ได้เขียนสัญญาต่อหน้าจำเลยทั้งสองและนายสุวรรณบุตรโจทก์ซึ่งเคยเป็นสารวัตรกำนันแล้ว นำไปให้โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือ เพราะขณะนั้นโจทก์ป่วยอยู่ ได้ให้นายสุวรรณมาตกลงทำสัญญาแทน ถ้าหากข้อความในสัญญาไม่ตรงกับเจตนาของโจทก์แล้ว นายสุวรรณคงไม่ยอมให้โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือเป็นคู่สัญญาในเอกสารนั้น พยานจำเลยเบิกความสอดคล้องกัน มีน้ำหนักน่าเชื่อว่าข้อนำสืบของโจทก์ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญากันมีข้อความตามเอกสารหมาย ล.1

ที่โจทก์ฎีกาว่าข้อตกลงจะไถ่ที่นาพิพาทคืนภายใน 1 ปี เป็นเพียงกำหนดเวลาชำระหนี้ แปลความไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองนั้น เห็นว่าสัญญาหมาย ล.1 ข้อ 3ตอนท้ายมีข้อความย้ำไว้ชัดเจนว่า เมื่อโจทก์มิได้ไถ่ถอนตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ โจทก์ยินยอมมอบที่นาพิพาทให้แก่จำเลยถือครอบครองกรรมสิทธิ์ต่อไป และโจทก์จะทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยต่อไปในภายหลัง ข้อความดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาสละการครอบครองของโจทก์ในเมื่อโจทก์ไม่ไถ่ภายในเวลาที่กำหนดสิทธิครอบครองที่นาพิพาทของโจทก์ย่อมสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้