Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้เช่าทำสัญญาเช่าเคหะไว้โดยมีกำหนดระยะเวลาหนึ่งเมื่อครบกำหนดแล้วผู้ให้เช่ากับผู้เช่าได้มีการต่ออายุสัญญาออกไปอีกโดยตกลงกันว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ต่อออกไปนี้แล้ว ผู้เช่ายินยอมจะออกไปจากที่เช่านั้น ถือได้ว่าได้รับความยินยอมจากผู้เช่าตามความหมายของมาตรา 17(5) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 แล้ว ผู้ให้เช่าจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านของโจทก์เพื่อค้าขาย เมื่อสิ้นอายุสัญญาเช่าจำเลยขอผัดจะออกไปจากบ้านโจทก์ภายในกำหนด 1 ปีต่อมาจำเลยสัญญาว่าจะขนย้ายออกจากบ้านโจทก์ภายใน 3 ปี ครั้นครบกำหนดจำเลยไม่จัดการย้ายออกไป จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้ใช้ค่าเสียหายด้วยจำเลยให้การว่า เช่าบ้านโจทก์อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความที่โจทก์จำเลยตกลงกันนั้น ถือได้ว่าเป็นความยินยอมของจำเลยที่จะออกจากบ้านเช่า จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครอง พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์จำเลยทำความตกลงกันโดยจำเลยในฐานะผู้เช่าให้ความยินยอมโยกย้ายออกไปโดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ เมื่อครบ 3 ปีนั้น หาได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยแต่ประการใดไม่เพราะจำเลยมิได้ให้ความยินยอมดังกล่าวในวันหรือก่อนทำสัญญาเช่ากลับปรากฏว่าได้ปฏิบัติกันมาตามสัญญาเช่าอันมีกำหนดระยะเวลาหนึ่งแล้ว ครั้นครบกำหนดระยะเวลานั้นแล้ว ผู้ให้เช่ากับผู้เช่าก็ยังได้มีการต่ออายุสัญญาเช่าออกไปอีกระยะหนึ่ง โดยทำความตกลงกันไว้ว่าเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ต่อออกไปนี้แล้ว ทางผู้เช่ายินยอมจะออกไปจากที่เช่า ดังนี้ถือได้แล้วว่า โจทก์ได้รับความยินยอมจากจำเลยผู้เช่าตามความหมายของมาตรา 17(5) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ · ห้วน ประชาบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้