Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 41880)

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าเดือนละ 150 บาท และเรียกค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาทนับจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกจากตึกพิพาทเสร็จสิ้น โจทก์มิได้เรียกร้องค่าเสียหายนี้มาอย่างเอกเทศในข้อหาอื่น หากแต่เรียกร้องมาเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสองโจทก์เป็นผู้รับโอนที่ดินและตึกแถวที่พิพาทโดยสุจริตจากผู้จัดการมรดกของเจ้าของที่ดินพิพาทเดิม แม้ว่าจะมีสัญญาต่างตอบแทนกันอยู่ระหว่างเจ้าของที่ดินพิพาทเดิมกับจำเลยนอกเหนือไปจากสัญญาเช่า สัญญาต่างตอบแทนนี้ก็เพียงแต่ก่อให้เกิดบุคคลสิทธิ อันมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาด้วยกันเองเท่านั้น สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่างตอบแทนนั้นหาได้โอนไปยังผู้รับโอนทรัพย์ที่พิพาทด้วยไม่หมายเหตุ วรรค 1 วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2518)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง 3 สำนวนนี้พิจารณารวมกัน

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าตึกแถวพิพาทกับจำเลย และให้จำเลยออกไปจากตึกแถวพิพาท แต่จำเลยขัดขืน ทำให้โจทก์เสียหาย เพราะมีผู้เสนอขอเช่าตึกแถวพิพาทในราคาเดือนละ 10,000 บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยแต่ละสำนวนและบริวารขนย้ายออกจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยแต่ละสำนวนใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกจากตึกแถวพิพาทจำเลยทั้ง 3 สำนวนให้การมีใจความเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยได้ตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากผู้เช่าเดิมมีกำหนด 20 ปี โดยจำเลยออกค่าก่อสร้างเอง สัญญาเช่าจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน และได้เช่าตึกแถวพิพาทมายังไม่ครบกำหนด 20 ปีตามสัญญา โจทก์ไม่ได้ซื้อที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดจากเจ้าของที่ดินเดิมจริง

ๆ แม้จะได้มีการโอนกรรมสิทธิ์กัน ก็เป็นการสมยอมกันโดยไม่สุจริต หากโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาก็ต้องรับมาทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเดิมจะฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ เพราะอายุการเช่าตามสัญญาต่างตอบแทนยังไม่ครบกำหนด ที่โจทก์อ้างว่ามีผู้จะเช่าตึกแถวที่พิพาทในอัตราไม่น้อยกว่าเดือนละ 10,000 บาท ไม่เป็นความจริง หากโจทก์จะเสียหายจริงก็เสียหายไม่เกินกว่าอัตราค่าเช่าตามสัญญาเท่านั้นศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา แต่สัญญานี้เป็นเพียงบุคคลสิทธิ ไม่ตกติดไปกับตัวทรัพย์ด้วย โจทก์ได้รับโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยสุจริตมีอำนาจฟ้องจำเลย ให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ1,000 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจากตึกแถวพิพาทจำเลยทั้ง 3 สำนวนอุทธรณ์ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ได้ซื้อที่ดินและตึกแถวที่พิพาทไว้จริงและมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่จำเลยได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องไม่สุจริต ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าของที่ดินได้ตกลงให้จำเลยเช่า 20 ปี ถ้าจำเลยได้ออกเงินค่าก่อสร้างไป ก็เป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับผู้ให้เช่าเดิม สัญญาต่างตอบแทนเป็นบุคคลสิทธิ มีผลระหว่างจำเลยกับผู้ให้เช่าเดิม ไม่ผูกพันโจทก์ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้เป็นการสมควรแล้ว พิพากษายืนจำเลยทั้ง 3 สำนวนฎีกาทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายศาลฎีกาเห็นว่า คดีทั้ง 3 สำนวนนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์

อันมีค่าเช่าเดือนละ 150 บาท และเรียกค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาทนับจากวันฟ้องไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกจากตึกพิพาทเสร็จสิ้น ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงลงมติว่ากรณีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง อันเป็นข้อยกเว้นของบทบัญญัติที่ว่า คดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้แม้ว่าโจทก์จะเรียกร้องค่าเสียหายในอนาคตมาด้วยเดือนละ 10,000บาทก็ตาม โจทก์มิได้เรียกร้องค่าเสียหายนี้มาอย่างเอกเทศในข้อหาอื่นหากแต่เรียกร้องมาเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของจำเลยด้วยนั้นจึงเป็นการมิชอบ และต้องถือว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาในข้อเท็จจริงของจำเลยต่อไปเพราะไม่มีสิทธิฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาต่างตอบแทนรายพิพาทนี้ผูกพันโจทก์ด้วย เห็นว่าสัญญาต่างตอบแทนนี้เพียงแต่ก่อให้เกิดบุคคลสิทธิอันมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาด้วยกันเอง เท่านั้น สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่างตอบแทนนี้หาได้โอนไปยังผู้รับโอนทรัพย์ที่พิพาทด้วยไม่ โจทก์จึงไม่ถูกผูกพันโดยสัญญานี้แต่ประการใดพิพากษายืนในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · ล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้